นายเรวัต อารีรอบ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ส่งหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ขอให้เร่งแก้ปัญหาแรงงานต่างด้าวในพื้นที่ หลังพบจำนวนการคลอดบุตรของแรงงานต่างด้าวในโรงพยาบาลรัฐเพิ่มสูงขึ้น จนสร้างความแออัดและภาระต่อระบบสาธารณสุขของจังหวัด
นายก อบจ.ภูเก็ต เสนอ 2 มาตรการเร่งด่วน คือ ให้ทบทวนหลักเกณฑ์และสิทธิด้านการคลอดบุตรของแรงงานต่างด้าว ให้สอดคล้องกับภาระของโรงพยาบาลในพื้นที่ และเพิ่มความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ลักลอบเข้าเมืองหรือทำงานโดยผิดกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลของกระทรวงแรงงานระบุว่า แรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานถูกกฎหมายและเป็นผู้ประกันตน ได้รับความคุ้มครองจากกองทุนประกันสังคมเช่นเดียวกับแรงงานไทย รวมถึงสิทธิประโยชน์กรณีคลอดบุตรด้วย จึงไม่ได้หมายความว่าค่าใช้จ่ายของแรงงานต่างด้าวทุกคนจะถูกผลักให้โรงพยาบาลรัฐหรือใช้งบประมาณแผ่นดินทั้งหมด
สำนักงานประกันสังคมกำหนดสิทธิกรณีคลอดบุตรสำหรับผู้ประกันตน โดยมีหลักเกณฑ์การจ่ายเงินสมทบก่อนเกิดสิทธิ และกระทรวงแรงงานยืนยันว่าแรงงานข้ามชาติที่เข้าสู่ระบบอย่างถูกต้องได้รับความคุ้มครองด้านสวัสดิการและประกันสุขภาพตามกฎหมาย
ขณะเดียวกัน กระทรวงสาธารณสุขยังมีกองทุนประกันสุขภาพคนต่างด้าวและแรงงานต่างด้าว เพื่อรองรับแรงงานบางกลุ่มที่ไม่ได้อยู่ในระบบประกันสังคม ซึ่งสะท้อนว่ารัฐมีระบบหลักประกันค่าใช้จ่ายสำหรับแรงงานถูกกฎหมายอยู่แล้ว
ดังนั้น ปมสำคัญที่รัฐบาลต้องเร่งแยกให้ชัดคือ ผู้ที่เข้ามาคลอดในโรงพยาบาลรัฐภูเก็ตเป็นแรงงานถูกกฎหมายที่มีประกันสังคมหรือประกันสุขภาพกี่ราย และเป็นกลุ่มที่ไม่มีสิทธิหรือไม่มีหลักประกันค่าใช้จ่ายกี่ราย เพราะสองกลุ่มนี้สร้างภาระต่อโรงพยาบาลแตกต่างกันอย่างมาก
ส่วนปัญหาแรงงานลักลอบเข้าเมือง กระทรวงแรงงานมีกฎหมายลงโทษทั้งนายจ้างและแรงงานต่างด้าวที่ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต โดยนายจ้างมีโทษปรับเป็นรายคน และหากกระทำผิดซ้ำอาจมีโทษถึงจำคุก ส่วนแรงงานผิดกฎหมายอาจถูกปรับและส่งกลับประเทศต้นทาง
ข้อเสนอของนายก อบจ.ภูเก็ต จึงไม่ได้มีเพียงเรื่องจำนวนผู้มาคลอด แต่สะท้อนโจทย์ใหญ่ของจังหวัดท่องเที่ยวที่มีประชากรแฝงจำนวนมากว่า เมื่อแรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานและตั้งครอบครัวเพิ่มขึ้น ระบบสาธารณสุข เงินประกัน และการบังคับใช้กฎหมายจะต้องปรับอย่างไร เพื่อไม่ให้ภาระตกอยู่กับโรงพยาบาลและประชาชนในพื้นที่มากเกินไป
#NEWS1 รายงาน


