ความคืบหน้าเหตุเสียงดังสนั่นและแรงสั่นสะเทือนที่ประชาชนในหลายพื้นที่ของจังหวัดระยองรับรู้เมื่อช่วงเย็นวันที่ 13 สิงหาคม 2569 ล่าสุดเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณโครงการนิคมอุตสาหกรรม WHA Eastern Seaboard Industrial Estate 5 อำเภอบ้านค่าย และพบหลักฐานเกี่ยวข้องกับการ บึ้มหิน อย่างชัดเจน
เหตุการณ์วันดังกล่าวมีรายงานว่าประชาชนในอย่างน้อย 4 อำเภอ ได้แก่ เมืองระยอง บ้านค่าย นิคมพัฒนา และวังจันทร์ ได้ยินเสียงดังตูม พร้อมแรงสั่นสะเทือนจนเกิดความตกใจ โดยช่วงแรกยังไม่มีหน่วยงานใดยืนยันต้นตอที่แน่ชัด
กระทั่งการลงพื้นที่ล่าสุด เจ้าหน้าที่พบร่องรอยการเจาะหิน สายไฟ และวัสดุที่ใช้ในกระบวนการบึ้มหินภายในพื้นที่โครงการ โดยมีข้อมูลจากการตรวจสอบว่า พบจุดเจาะและเตรียมการ 2 แห่ง และมีการ กดบึ้มพร้อมกันถึง 27 รู ซึ่งเบื้องต้นเชื่อมโยงว่าเป็นต้นเหตุของเสียงดังสนั่นครั้งใหญ่ดังกล่าว
ประเด็นนี้ยิ่งน่าสนใจ เพราะก่อนหน้านี้ตัวแทนนิคมฯ และผู้รับเหมาระบุว่า การเปิดหน้าดินและสกัดหินใช้รถหัวเจาะหรือ Breaker และดำเนินการตามกรอบ EIA โดย ไม่มีการบึ้มหิน แต่หลักฐานที่พบในพื้นที่ล่าสุดทำให้หน่วยงานรัฐต้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงใหม่ทั้งหมด
นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม จึงสั่งให้การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ กนอ. ระงับการปรับพื้นที่บริเวณที่มีหินทันที พร้อมห้ามบุคคลภายนอกเข้าไปในจุดเกิดเหตุ เพื่อรักษาหลักฐาน และให้ตรวจสอบว่าการดำเนินการบึ้มหินดังกล่าวมีการขออนุญาตถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่
กนอ.ยังมีหนังสือให้ผู้พัฒนานิคมฯ ชี้แจงข้อเท็จจริงภายใน 3 วันทำการ ทั้งขั้นตอนการทำงาน มาตรการตาม EIA ใบอนุญาต และผู้ที่เกี่ยวข้อง พร้อมเตรียมตรวจสอบรายงานการทำงานประจำวันและพิกัดการดำเนินงานเทียบกับสภาพพื้นที่จริง
เรื่องนี้จึงเปลี่ยนจากปริศนา “เสียงตูมมาจากไหน” ไปสู่คำถามใหม่ว่า ใครเป็นผู้สั่งกดบึ้ม 27 รูพร้อมกัน มีใบอนุญาตหรือไม่ และเหตุใดก่อนหน้านี้จึงมีการยืนยันว่าไม่มีการบึ้มหิน
หากผลตรวจสอบพบว่ามีการดำเนินการโดยฝ่าฝืนกฎหมาย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยืนยันว่าจะดำเนินคดี พร้อมประเมินผลกระทบและความเสียหายต่อประชาชนในพื้นที่ต่อไป
#NEWS1 รายงาน


