กลายเป็นประเด็นร้อนทางกฎหมาย หลังมีการตั้งข้อสังเกตถึงความรับผิดของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กรณีสถานะของ ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. หลังคณะกรรมการสรรหอนุทิา กสทช. มีมติเอกฉันท์ 4 ต่อ 0 เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ว่า นพ.สรณมีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย และให้ถือว่าสละสิทธิในการเข้ารับตำแหน่งตั้งแต่ต้น
ต้นเหตุสำคัญมาจากการที่ นพ.สรณยังปฏิบัติหน้าที่แพทย์และรับค่าตอบแทนรายชั่วโมงจากโรงพยาบาลรามาธิบดี ซึ่งคณะกรรมการสรรหาเห็นว่าเข้าลักษณะเป็นลูกจ้างของหน่วยงานรัฐ อันเป็นลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 8 ประกอบมาตรา 18 แห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ
จากนั้นเกิดข้อถกเถียงว่า เมื่อมีคำวินิจฉัยดังกล่าวแล้ว ฝ่ายบริหารโดยนายกรัฐมนตรีต้องดำเนินการอย่างไร และหากปล่อยให้ผู้ที่ถูกวินิจฉัยว่าขาดคุณสมบัติยังปฏิบัติหน้าที่ต่อ จะเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 หรือกระทบต่อคุณสมบัติและมาตรฐานจริยธรรมของนายกรัฐมนตรีหรือไม่
แต่ตรงนี้ต้องอัปเดตข้อเท็จจริงสำคัญ เพราะกระแสที่แชร์กันว่า “อนุทินนิ่ง ไม่ดำเนินการ” ไม่ตรงกับสถานการณ์ล่าสุดแล้ว โดยเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 นายอนุทินเปิดเผยว่าได้ลงนามนำความกราบบังคมทูลเพื่อให้ นพ.สรณพ้นจากตำแหน่งประธาน กสทช.แล้ว พร้อมยืนยันว่าดำเนินการตามกฎหมายและความเห็นของฝ่ายกฎหมาย
ก่อนหน้านั้นนายอนุทินก็ระบุเมื่อวันที่ 3 สิงหาคมว่า เรื่องดังกล่าวไม่ใช่เรื่องที่นายกรัฐมนตรีสามารถใช้ดุลพินิจตามใจได้ จึงมอบหมายฝ่ายกฎหมายตรวจสอบขั้นตอนให้ครบถ้วน ขณะที่คณะกรรมการกฤษฎีกามีความเห็นไปในทิศทางเดียวกับมติคณะกรรมการสรรหา
ดังนั้น การจะสรุปในเวลานี้ว่า อนุทินมีความผิดมาตรา 157 หรือจะถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5-10 ปี ยังทำไม่ได้ เพราะยังไม่มีคำวินิจฉัยของศาลหรือองค์กรที่มีอำนาจว่าการดำเนินการของนายกรัฐมนตรีเข้าข่ายละเว้นโดยมิชอบ และยิ่งไม่สามารถฟันธงได้ว่าจะมีโทษหนักกว่าคดีของอดีตนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสินตามที่มีการกล่าวอ้างในโซเชียล
อีกบุคคลหนึ่งที่ถูกโยงเข้ามาคือ ศ.ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ โดยข้อมูลของสำนักงาน กสทช. ยืนยันว่าเคยดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษาประจำประธาน กสทช. และเคยเป็นประธานคณะอนุกรรมการที่ปรึกษากฎหมายของ กสทช.จริง จึงเป็นที่มาของคำถามทางการเมืองถึงความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลในเครือข่ายดังกล่าว แต่การมีความสัมพันธ์หรือปรากฏภาพร่วมกันเพียงอย่างเดียว ยังไม่ใช่หลักฐานว่ามีการช่วยเหลือกันโดยมิชอบ
เรื่องนี้จึงยังมีประเด็นให้ติดตามต่อ โดยเฉพาะผลทางกฎหมายจากคำวินิจฉัยที่ให้ถือว่า นพ.สรณสละสิทธิตั้งแต่ต้น รวมถึงสถานะของคำสั่งหรือมติที่เกิดขึ้นระหว่างดำรงตำแหน่ง ขณะที่ในส่วนของนายกรัฐมนตรี ประเด็นมาตรา 157 ที่ถูกหยิบขึ้นมาขู่กันในโลกออนไลน์ วันนี้ยังเป็นเพียง ข้อถกเถียงและข้อกล่าวหา ไม่ใช่คำตัดสินว่ามีความผิด
#NEWS1 รายงาน


