xs
xsm
sm
md
lg

เรวัช-จนท.เสี่ยงชีพรวบเล่าต๋า สุดท้ายจำ 8 ปี วันนี้กลับบ้านพร้อมหน้าครอบครัว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ภาพบรรยากาศล่าสุดจากบ้านห้วยส้าน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ กลายเป็นอีกฉากที่ถูกจับตามอง หลัง “เล่าต๋า แสนลี่” วัย 86 ปี พ้นโทษและเดินทางกลับบ้าน โดยญาติพี่น้องจัดโต๊ะอาหารต้อนรับอย่างอบอุ่น มีการผูกข้อมือ นั่งจิบน้ำชา และพูดคุยกันภายในครอบครัว ขณะที่ยังไม่เปิดให้บุคคลภายนอกเข้าไปในพื้นที่

คลิปที่เผยแพร่ยังปรากฏภาพเล่าต๋าพูดกับลูกหลานเป็นภาษาลีซู โดยมีใจความเตือนว่าอย่าเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ส่วนครอบครัวเตรียมจัดพิธีสู่ขวัญตามประเพณีชาติพันธุ์ลีซูอีกครั้ง หลังเจ้าตัวกลับคืนสู่บ้านเกิด

แต่ภาพการกลับบ้านอย่างอบอุ่นครั้งนี้ ยิ่งทำให้สังคมหันกลับไปมองปฏิบัติการเมื่อเกือบ 10 ปีก่อน เพราะกว่าจะนำตัวเล่าต๋าเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติดต้องใช้เวลาวางแผนอย่างยาวนาน เนื่องจากพื้นที่บ้านห้วยส้านถูกมองว่าเป็นพื้นที่ซึ่งเจ้าหน้าที่เข้าถึงตัวได้ยาก และการปฏิบัติการหลายครั้งก่อนหน้านั้นไม่สามารถปิดเกมได้สำเร็จ

หนึ่งในบุคคลสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการติดตามเครือข่าย คือ พล.ต.ท.เรวัช กลิ่นเกษร อดีตผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ขณะที่ปฏิบัติการจับกุมจริงเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2559 ดำเนินการโดยกำลังตำรวจ ปส. ภายใต้การนำของ พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข หลังมีการล่อซื้อไอซ์กว่า 20 กิโลกรัม และใช้เงินล่อซื้อกว่า 10 ล้านบาท

คดีดังกล่าวจบลงด้วยคำพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต ก่อนที่เล่าต๋าจะได้รับการลดโทษและพระราชทานอภัยโทษหลายครั้ง จนรับโทษจริง 8 ปี 3 เดือน 28 วัน และได้รับการปล่อยตัวกลับคืนสู่สังคม

เรื่องนี้ทำให้ พล.ต.ท.เรวัช ออกมาตั้งคำถามต่อหลักเกณฑ์การลดโทษ โดยระบุว่าฝ่ายตำรวจ อัยการ และศาลต่างทำหน้าที่อย่างเต็มกำลังแล้ว พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดคดีร้ายแรงเช่นนี้จึงสามารถลดระยะเวลาจากโทษจำคุกตลอดชีวิต เหลือรับโทษจริงเพียงกว่า 8 ปี พร้อมเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทบทวนหลักเกณฑ์เพื่อไม่ให้เกิดช่องว่างในคดียาเสพติดรายสำคัญ

จากวันที่เจ้าหน้าที่ต้องวางแผนอย่างหนักเพื่อเข้าถึงพื้นที่ชายแดนแม่อาย และเสี่ยงกับภารกิจปราบปรามเครือข่ายรายใหญ่ มาถึงวันนี้ เล่าต๋ากลับมานั่งล้อมวงกับลูกหลานภายในบ้าน ได้รับการต้อนรับและเตรียมทำพิธีสู่ขวัญตามประเพณี

ภาพสองช่วงเวลาจึงกลายเป็นคำถามที่สังคมอาจต้องคิดต่อว่า เมื่อเจ้าหน้าที่ใช้ทั้งเวลา กำลังคน และความเสี่ยงเพื่อพาผู้กระทำผิดรายสำคัญเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว ระบบการลงโทษและการลดโทษควรมีจุดสมดุลอยู่ตรงไหน

#NEWS1 รายงานครับ