xs
xsm
sm
md
lg

เรียกทูต อ.ร.อ. มาดู! "ไหนคนดี" พลเมืองคุณ หมายเอาชีวิต เหยียบศักดิ์ศรีคนไทย ลั่นไม่กลัว อ้างให้สินบน จนท.ไทย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เรื่องร้อนบนเกาะสมุยยังไม่จบ ล่าสุด **จิน จินดารัตน์ สัตยพันธ์ เจ้าของ Samui Exotic Park** ออกมาเปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า หลังเกิดข้อพิพาทกับครอบครัวนักท่องเที่ยวชาว อ.ร.อ. ทางสวนสัตว์และเจ้าตัวถูกส่งข้อความกดดันและคุกคามอย่างต่อเนื่อง โดยมีบางข้อความรุนแรงถึงขั้นพาดพิงเรื่องความปลอดภัยของเจ้าตัวและแฟน พร้อมระบุว่ามีการตั้งค่าหัวเป็นเงิน 500,000 บาท ซึ่งเป็นข้อมูลที่คุณจินเปิดเผยผ่านบัญชีเฟซบุ๊กของตนเอง

เหตุการณ์เริ่มเป็นข่าวหลังครอบครัวชาว อ.ร.อ. ระบุว่า ถูกปฏิเสธไม่ให้เข้า Samui Exotic Park ก่อนเกิดการเผชิญหน้ากับตัวแทนของสถานที่ โดยฝั่งครอบครัวกล่าวหาว่ามีการใช้กำลัง ขณะที่ภาพเหตุการณ์และเรื่องราวถูกเผยแพร่จนกลายเป็นกระแสในต่างประเทศ และขณะนี้หน่วยงานไทยกำลังเข้ามาติดตามข้อพิพาทดังกล่าว

แต่สิ่งที่คุณจินนำมาเปิดเผยเพิ่มเติม กลับทำให้เรื่องลุกลามไปไกลกว่าข้อพิพาทหน้าสวนสัตว์ เมื่อมีข้อความจากบัญชีผู้ใช้งานต่างชาติส่งเข้ามาในลักษณะกดดัน โดยข้อความหนึ่งกล่าวอ้างว่าจะนำ **เจ้าหน้าที่ตำรวจไทยและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย** มาดำเนินการให้กิจการของคุณจินถูกปิดอย่างถาวร รวมถึงให้พนักงานถูกดำเนินคดี

ยังมีข้อความที่ระบุในทำนองว่า เมื่อรัฐบาลของฝ่ายผู้ส่งข้อความให้ความช่วยเหลือประเทศไทย พวกเขาจึงมีสิทธิ์มีเสียงและมีอิทธิพล พร้อมกล่าวอ้างว่า **การให้สินบนในประเทศไทยเป็นเรื่องง่าย** และฝ่ายตนเองก็รู้จักบุคคลที่มีอำนาจอยู่ในประเทศไทย

บางข้อความยังกล่าวในลักษณะว่า เจ้าของสถานที่ไม่มีสิทธิบอกพวกเขาว่าต้องทำอะไร พร้อมอ้างว่าฝ่ายตน “มีอำนาจมากกว่า” และบอกว่าสุดท้าย Samui Exotic Park อาจไม่มีลูกค้าหรือถึงขั้นต้องปิดกิจการ

นี่จึงเป็นประเด็นที่ต้องถามกลับไปยัง **สถานเอกอัครราชทูต อ.ร.อ. ประจำประเทศไทย** ว่าได้รับทราบพฤติกรรมของบุคคลที่อ้างตัวหรือแสดงตนว่าเป็นพลเมืองของประเทศตนแล้วหรือไม่ เพราะสิ่งที่ปรากฏไม่ได้เป็นเพียงการวิพากษ์วิจารณ์หรือโต้เถียงบนโลกออนไลน์ แต่มีทั้งข้อความกดดัน อ้างอิทธิพล พาดพิงเจ้าหน้าที่รัฐไทย และข้อความที่เจ้าของสถานที่มองว่าเป็นภัยต่อความปลอดภัยของตนเอง

โดยเฉพาะก่อนหน้านี้ ฝ่าย อ.ร.อ. และสื่อของ อ.ร.อ. มีการนำเสนอข้อกล่าวหาของครอบครัวนักท่องเที่ยวอย่างกว้างขวาง ขณะที่เมื่ออีกฝ่ายออกมาเปิดหลักฐานว่าตนเองกำลังถูกคุกคาม สังคมไทยจึงย่อมมีสิทธิ์ถามเช่นเดียวกันว่า **“ไหนคนดี”** และพฤติกรรมของบุคคลเหล่านี้จะได้รับการตรวจสอบอย่างไร

อย่างไรก็ตาม ต้องแยกให้ชัดเจนว่า ข้อความเรื่องการตั้งค่าหัว การให้สินบน การรู้จักผู้มีอำนาจ หรือการสามารถสั่งปิดกิจการได้ เป็น **คำกล่าวอ้างและข้อมูลที่คุณจินนำมาเผยแพร่** ขณะนี้ยังไม่มีหน่วยงานรัฐยืนยันว่าผู้ส่งข้อความมีอำนาจหรือสามารถดำเนินการได้ตามที่กล่าวอ้างจริง

ดังนั้น สิ่งที่ควรเกิดขึ้นต่อจากนี้คือการตรวจสอบตัวตนของผู้ส่งข้อความว่าเป็นใคร อยู่ในประเทศไทยหรือไม่ และข้อความที่มีลักษณะคุกคามเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายไทยหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบข้อกล่าวอ้างเรื่องการให้สินบนและการรู้จักผู้มีอำนาจ เพื่อไม่ให้ชื่อของตำรวจไทย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือเจ้าหน้าที่รัฐถูกนำไปแอบอ้างสร้างแรงกดดันกับประชาชนไทย

เรื่องนี้ไม่ควรถูกเหมารวมไปถึงชาว อ.ร.อ. ทุกคน แต่หากมีพลเมืองต่างชาติบางรายเข้ามาในประเทศไทยแล้วใช้ถ้อยคำข่มขู่ กดดัน หรืออ้างว่าตนมีอิทธิพลเหนือเจ้าหน้าที่ไทย ก็จำเป็นต้องตรวจสอบอย่างจริงจัง เพราะไม่ว่านักท่องเที่ยวจะมาจากประเทศใด เมื่ออยู่บนแผ่นดินไทยก็ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายไทยเช่นเดียวกัน

และหากพบว่ามีการคุกคามหรือหมายเอาชีวิตจริง เจ้าหน้าที่ไทยก็ควรดำเนินการตามกฎหมายโดยไม่เลือกปฏิบัติ เพื่อยืนยันให้ชัดว่า **ไม่มีชาวต่างชาติคนใดสามารถใช้อิทธิพล เงิน หรือคำข่มขู่ มาเหยียบศักดิ์ศรีและความปลอดภัยของประชาชนไทยได้**

**เครดิตข้อมูล: Facebook – Jin Jindarat Sattayapun / Samui Exotic Park**

#NEWS1 รายงาน