โรงพยาบาลขอนแก่นออกแถลงการณ์ชี้แจงข้อเท็จจริง หลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโซเชียล กรณีผู้ป่วยหญิงอายุ 50 ปีเข้ารับการรักษา ก่อนอาการทรุดหนักและเสียชีวิตในเวลาต่อมา รวมถึงกรณีมีพยาบาลและผู้ช่วยพยาบาลเข้าไปแสดงความคิดเห็นด้วยถ้อยคำไม่เหมาะสมในเฟซบุ๊กของผู้ป่วย
โรงพยาบาลระบุว่า วันที่ **13 สิงหาคม 2569 เวลา 12.12 น.** ผู้ป่วยหญิงอายุ 50 ปีเข้ารับการรักษาที่ห้องอุบัติเหตุ-ฉุกเฉิน ด้วยอาการไข้ หนาวสั่น ปวดเมื่อยตามตัว และมีผื่นแดง โดยมีอาการมาแล้วประมาณ 3 วัน แพทย์จึงตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ และรับไว้เป็นผู้ป่วยใน
ช่วงวันที่ **14-15 สิงหาคม** ผู้ป่วยยังรู้สึกตัว แต่ไข้ไม่ลด แพทย์จึงตรวจเพิ่มเติมเพื่อค้นหาสาเหตุของการติดเชื้อในกระแสเลือด ทำเอกซเรย์ และให้ยาฆ่าเชื้ออย่างต่อเนื่อง
กระทั่งวันที่ **16 สิงหาคม เวลาประมาณ 04.00 น.** พบผู้ป่วยหมดสติอยู่ในห้องน้ำ แพทย์และพยาบาลเข้าช่วยเหลือทันที หลังประเมินพบสัญญาณชีพผิดปกติ จึงใส่เครื่องช่วยหายใจและส่งทำ CT Scan ฉุกเฉิน
ผลตรวจพบว่า **มีเลือดออกในสมองและเลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมองขนาดใหญ่ รวมถึงมีภาวะสมองกดทับการทำงานของก้านสมอง** ส่งผลให้อาการทรุดลงอย่างรวดเร็ว
แพทย์วางแผนรักษาด้วยการผ่าตัด แต่โรงพยาบาลระบุว่า ผู้ป่วยมีภาวะความดันโลหิตต่ำและมีความเสี่ยงเสียชีวิตจากการผ่าตัดสูง จึงไม่สามารถดำเนินการผ่าตัดได้ พร้อมแจ้งสาเหตุและแนวทางรักษาให้ญาติรับทราบ ก่อนดูแลแบบประคับประคองในหอผู้ป่วยวิกฤตศัลยกรรมระบบประสาท
ต่อมา **ญาติมีความประสงค์นำผู้ป่วยกลับไปเสียชีวิตที่บ้าน** ซึ่งเป็นประเด็นที่โรงพยาบาลนำมาชี้แจง หลังโลกออนไลน์มีการตั้งคำถามถึงลำดับเหตุการณ์ก่อนผู้ป่วยเสียชีวิต
ส่วนอีกประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก คือมีบุคคลซึ่งระบุว่าเป็นพยาบาลและผู้ช่วยพยาบาล เข้าไปแสดงความคิดเห็นในเฟซบุ๊กของผู้ป่วยด้วยข้อความไม่เหมาะสม โดยเฉพาะถ้อยคำในลักษณะ **“รอไม่ไหวไป ต. ที่บ้าน”**
โรงพยาบาลขอนแก่นยืนยันว่า หลังตรวจสอบแล้ว **ทั้งพยาบาลและผู้ช่วยพยาบาลที่เข้าไปแสดงความคิดเห็นดังกล่าว ไม่ใช่บุคลากรของโรงพยาบาลขอนแก่น**
โรงพยาบาลขอนแก่นยังแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต พร้อมระบุว่าได้ทบทวนระบบการให้บริการ และจะเดินหน้าพัฒนาคุณภาพการดูแลประชาชนต่อไป
อย่างไรก็ตาม แถลงการณ์ครั้งนี้น่าจะยังไม่ทำให้คำถามในสังคมจบลง โดยเฉพาะประเด็นว่า **เหตุใดผู้ป่วยจึงหมดสติอยู่ในห้องน้ำในช่วงเช้ามืด และก่อนเกิดเหตุมีการประเมินความเสี่ยงหรือการดูแลผู้ป่วยอย่างไร** ซึ่งเป็นรายละเอียดที่ครอบครัวและสังคมยังรอคำชี้แจงเพิ่มเติม
**เครดิตข้อมูล: โรงพยาบาลขอนแก่น Khon Kaen Hospital**
#NEWS1 รายงาน


