กลายเป็นดราม่าร้อนในโลกออนไลน์ หลังผู้ป่วยหญิงวัย 50 ปี ซึ่งเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลขอนแก่น โพสต์ระบายเรื่องการรอรับบริการ ก่อนถูกนำข้อความไปเผยแพร่ต่อ และมีผู้ใช้โซเชียลหลายรายที่ระบุว่าเป็นบุคลากรทางการแพทย์เข้าไปแสดงความคิดเห็นในลักษณะรุนแรง หนึ่งในนั้นมีข้อความถึงขั้นว่า **“ถ้ารอไม่ไหว ไป ต. ที่บ้านได้เลย”** ก่อนที่ต่อมาผู้ป่วยรายดังกล่าวจะเสียชีวิตจริง ทำให้กระแสสังคมตีกลับอย่างหนักทันที
โรงพยาบาลขอนแก่นชี้แจงว่า ผู้ป่วยเข้ารับการรักษาเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 ด้วยอาการไข้ หนาวสั่น ปวดเมื่อยตามตัว และมีผื่นแดง แพทย์ตรวจเลือดและปัสสาวะก่อนรับไว้รักษาเป็นผู้ป่วยใน จากนั้นวันที่ 14–15 สิงหาคม ผู้ป่วยยังมีไข้ แพทย์จึงตรวจหาสาเหตุของการติดเชื้อเพิ่มเติมและให้ยาฆ่าเชื้ออย่างต่อเนื่อง
กระทั่งช่วงประมาณ 04.00 น. วันที่ 16 สิงหาคม เจ้าหน้าที่พบผู้ป่วยหมดสติภายในห้องน้ำ เมื่อตรวจด้วย CT Scan พบมีเลือดออกในสมองและเลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมองขนาดใหญ่ รวมถึงภาวะสมองกดทับก้านสมอง แพทย์วางแผนผ่าตัด แต่เนื่องจากผู้ป่วยมีความดันโลหิตต่ำและมีความเสี่ยงสูง จึงไม่สามารถผ่าตัดได้ ก่อนที่ญาติจะขอนำผู้ป่วยกลับไปเสียชีวิตที่บ้าน
ด้านลูกชายผู้เสียชีวิตออกมาตั้งคำถามถึงการดูแลของโรงพยาบาล โดยระบุว่าเดิมแม่มีแนวโน้มจะได้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว แต่กลับมาประสบอุบัติเหตุล้มในห้องน้ำช่วงที่ญาติไม่สามารถอยู่เฝ้าได้ พร้อมตั้งข้อสงสัยว่าทำไมผู้ป่วยจึงไปเข้าห้องน้ำเพียงลำพัง และเจ้าหน้าที่พบเหตุได้อย่างไร
ขณะเดียวกัน ประเด็นที่ทำให้สังคมวิจารณ์หนัก คือข้อความจากพยาบาลรายหนึ่งที่เข้าไปแสดงความคิดเห็นต่อโพสต์ของผู้ป่วย โดยระบุในทำนองว่าไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลรัฐ คลินิก หรือเอกชนก็ต้องรอ และมีข้อความรุนแรงว่า **“ถ้ารอไม่ไหวไป ต. ที่บ้านได้เลย”** ซึ่งถูกบันทึกภาพไว้และแพร่กระจายอย่างรวดเร็วในโลกออนไลน์
ล่าสุด พยาบาลรายดังกล่าวได้ออกมาขอโทษ ยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาด่าหรือแช่งผู้ป่วย แต่ขณะนั้นต้องการตอบโต้ผู้ใช้โซเชียลอีกคนที่กล่าวหาว่าโรงพยาบาลเลือกดูแลผู้ป่วยที่มีเงินก่อน เจ้าตัวยอมรับว่าเกิดจากอารมณ์โมโหและตัดสินใจเข้าไปคอมเมนต์ในโพสต์ของผู้ป่วยโดยไม่คิดว่าจะเกิดผลกระทบรุนแรงตามมา พร้อมระบุว่าจะถือเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นบทเรียนและแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต
นอกจากนี้ ยังมีบุคลากรทางการแพทย์อีกรายที่เคยกดแสดงความรู้สึกขำต่อโพสต์ ออกมาขอโทษเช่นกัน โดยยอมรับว่าการกระทำดังกล่าวเกิดจากความไม่รอบคอบ และยืนยันว่าจะปรับปรุงพฤติกรรมของตัวเองหลังถูกสังคมตั้งคำถามเรื่องความเหมาะสมและจริยธรรมวิชาชีพ
อย่างไรก็ตาม โรงพยาบาลขอนแก่นยืนยันชัดว่า หลังตรวจสอบแล้ว **พยาบาลและผู้ช่วยพยาบาลที่เข้าไปแสดงความคิดเห็นไม่เหมาะสมดังกล่าว ไม่ใช่บุคลากรของโรงพยาบาลขอนแก่น** จึงต้องแยกประเด็นการใช้โซเชียลของบุคลากรเหล่านั้นออกจากการตรวจสอบมาตรฐานการรักษาของโรงพยาบาลโดยตรง
เหตุการณ์นี้จึงกลายเป็นบทเรียนสำคัญของการใช้โซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ เพราะข้อความเพียงไม่กี่คำที่พิมพ์ด้วยอารมณ์ อาจสร้างผลกระทบอย่างรุนแรงต่อผู้ป่วย ครอบครัว และความเชื่อมั่นของประชาชนต่อบุคลากรทางการแพทย์โดยรวม
**เครดิตข้อมูล: โรงพยาบาลขอนแก่น / MGR Online **
#NEWS1 รายงาน


