หลังเกิดกระแสดราม่าว่า การเผยแพร่ภาพ “ระบบแอนตี้โดรนติดตั้งบนรถฮัมวี่ร์” อาจเป็นการเปิดเผยข้อมูลทางทหาร จนฝ่ายกัมพูชานำภาพไปเผยแพร่ต่อ ล่าสุด **วาสนา นาน่วม ผู้สื่อข่าวสายทหาร** ออกมาชี้แจงว่า ระบบดังกล่าวไม่ใช่สิ่งที่เพิ่งถูกเปิดเผยเป็นครั้งแรก และเคยปรากฏต่อสาธารณะผ่านข่าวแจกของหน่วยงานกระทรวงกลาโหมมาแล้ว
วาสนา ระบุว่า ระบบแอนตี้โดรนที่ติดตั้งบนรถฮัมวี่ร์เป็นผลงานวิจัยและพัฒนา และเคยถูกนำออกสื่อในข่าวแจกของ **กรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม** ระหว่างการฝึก **Crimson Viper 2026 หรือ CV26** ซึ่งจัดร่วมกับฝ่ายสหรัฐฯ และกระทรวงกลาโหม ที่จังหวัดลพบุรี เมื่อช่วงปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา
จึงเกิดคำถามกลับว่า หากหน่วยงานเป็นผู้เผยแพร่ภาพและข้อมูลดังกล่าวต่อสาธารณะมาก่อนแล้ว ระบบนี้ยังถือเป็น “ความลับ” ที่ห้ามนำเสนอหรือไม่
วาสนา ระบุเพิ่มเติมว่า แม้ขณะนี้ไฟล์ข่าวแจกเดิมจะไม่สามารถเปิดดูได้ แต่ข้อมูลและภาพดังกล่าวเคยถูกเผยแพร่ผ่านช่องทางของหน่วยงานมาแล้ว อีกทั้งผู้เกี่ยวข้องกับการวิจัยและพัฒนาระบบก็อนุญาตให้เผยแพร่ โดยมองว่าการนำเสนอมีวัตถุประสงค์ในเชิง “ป้องปราม”
เหตุผลสำคัญมาจากก่อนหน้านี้มีรายงานว่า ฝ่ายทหารกัมพูชามีระบบต่อต้านโดรนที่มีกำลังสัญญาณสูง ทำให้ฝ่ายผู้พัฒนาของไทยต้องการให้ประชาชนรับรู้ว่า ไทยเองก็มีขีดความสามารถด้านระบบต่อต้านโดรนเช่นกัน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน
นอกจากนี้ วาสนา ยังระบุว่า ระบบดังกล่าวไม่ได้อยู่เพียงขั้นทดลองในห้องวิจัย แต่ถูกส่งไปปฏิบัติงานจริงแล้วในพื้นที่ **กองกำลังบูรพา กองทัพภาคที่ 1** และ **กองกำลังสุรนารี กองทัพภาคที่ 2** ส่วนพื้นที่ **กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด หรือ กปช.จต.** อยู่ระหว่างการประสานเพื่อนำระบบไปทดลองใช้งาน
ส่วนข้อกังวลว่า การเผยแพร่ภาพอาจทำให้ฝ่ายตรงข้ามรู้ตำแหน่งหรือขีดความสามารถของไทยนั้น วาสนาให้มุมมองว่า ในสถานการณ์ปัจจุบันทั้งสองฝ่ายต่างมีเทคโนโลยีตรวจการณ์ ทั้งโดรนและภาพถ่ายดาวเทียมที่สามารถใช้ติดตามความเคลื่อนไหวตามแนวชายแดนได้อยู่แล้ว ไทยสามารถมองเห็นความเคลื่อนไหวของกัมพูชาได้ ขณะเดียวกันฝ่ายกัมพูชาก็สามารถตรวจการณ์ฝั่งไทยได้เช่นกัน
การชี้แจงครั้งนี้จึงเป็นการตอบกระแสดราม่าโดยตรงว่า ภาพระบบแอนตี้โดรนบนรถที่ถูกนำเสนอ **ไม่ได้เป็นภาพลับที่ถูกนำออกมาเปิดเผยโดยพลการ** แต่เป็นระบบที่เคยถูกนำเสนอผ่านข่าวแจกของหน่วยงานด้านกลาโหมมาก่อน และการเผยแพร่ครั้งล่าสุดมีเจตนาเพื่อแสดงขีดความสามารถของไทยและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน ท่ามกลางสถานการณ์ที่มีการจับตาขีดความสามารถด้านสงครามโดรนบริเวณชายแดนอย่างใกล้ชิด
#NEWS1 รายงาน


