xs
xsm
sm
md
lg

จี้อนุทินสอบทั้งขบวนการ! ขยะพิษจากท่าเรือมาถึงโรงงานทุนจีนได้อย่างไร?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ปัญหา “ขยะพิษข้ามชาติ” กำลังกลายเป็นคำถามใหญ่ถึงรัฐบาล เมื่อประเทศไทยพบการนำเข้าของเสียและสินค้าต้องสงสัยจากต่างประเทศ ขณะที่พื้นที่ภาคตะวันออกกลับเผชิญปัญหาโรงงานรีไซเคิล กากอุตสาหกรรม และการลักลอบนำของเสียไปทิ้งในหลายพื้นที่

ข้อมูลจาก กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI ระบุว่า ในช่วงเดือนเมษายน 2568 ถึงมีนาคม 2569 เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องมีการอายัดตู้สินค้าต้องสงสัยจากต่างประเทศรวม 714 ตู้ เพื่อขยายผลการลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์และขยะพลาสติก

ขณะที่ กรมโรงงานอุตสาหกรรม เปิดข้อมูลว่า ช่วงเดือนเมษายนถึงพฤศจิกายน 2568 มีการแจ้งเตือนสินค้าความเสี่ยงจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีปลายทางท่าเรือแหลมฉบังถึง 566 ตู้คอนเทนเนอร์ และการตรวจสอบบางส่วนพบสินค้าเข้าข่ายของเสียอันตรายตามอนุสัญญาบาเซล จนต้องดำเนินการส่งกลับประเทศต้นทาง

แต่คำถามที่ใหญ่กว่าคือ แล้วขยะหรือกากที่ผ่านออกจากท่าเรือไปได้ เดินทางไปไหนต่อ?

เพราะปัญหาปลายทางกำลังปรากฏในพื้นที่ภาคตะวันออก โดยเฉพาะปราจีนบุรี ซึ่ง สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปราจีนบุรี รายงานผลการสนธิกำลังของอุตสาหกรรมจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 หลังเข้าตรวจสอบพื้นที่และพบเศษวัตถุสีดำปนเปื้อน ปลอกสายไฟชนิดต่าง ๆ ที่ผ่านการนำทองแดงออกแล้ว กระจายอยู่ในพื้นที่

ล่าสุด กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยังสั่งเร่งตรวจสอบการลักลอบนำกากของเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมไปทิ้งในพื้นที่ ปราจีนบุรีและสระแก้ว สะท้อนว่าปัญหากากอุตสาหกรรมไม่ได้หยุดอยู่ภายในรั้วโรงงาน แต่มีการเคลื่อนย้ายออกไปยังพื้นที่อื่นด้วย

ก่อนหน้านี้ปัญหาลักษณะเดียวกันเคยถูกหยิบขึ้นอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎร โดยมีการกล่าวถึงพื้นที่ อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งพบขยะนำเข้าถูกนำไปกองรวมเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า หลังจีนยุติการนำเข้าขยะจากต่างประเทศในปี 2561 ขยะพลาสติกและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จากหลายประเทศได้เปลี่ยนทิศทางเข้ามายังประเทศไทยมากขึ้น

จึงถึงเวลาที่รัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล ต้องตรวจสอบย้อนกลับทั้งระบบ ตั้งแต่ ท่าเรือ–ศุลกากร–ผู้นำเข้า–ผู้ขนส่ง–โรงงานรีไซเคิล–ผู้รับช่วงต่อ–จนถึงจุดทิ้งหรือกำจัดกากสุดท้าย

โดยเฉพาะข้อร้องเรียนเรื่องการนำกากอุตสาหกรรมไปผสมกับดินหรือวัสดุอื่น ก่อนกระจายออกไปนอกโรงงาน รวมถึงปัญหาของเสียและน้ำปนเปื้อนที่อาจไหลลงสู่พื้นที่โดยรอบ ต้องตรวจพิสูจน์ให้ชัดว่าเป็นสารอะไร มาจากโรงงานใด และมีการเคลื่อนย้ายอย่างถูกต้องหรือไม่

เพราะขยะจำนวนมหาศาลไม่สามารถเดินทางจาก ต่างประเทศ ผ่านท่าเรือ ผ่านรถขนส่ง และไปถึงโรงงานหรือพื้นที่ทิ้งกาก ได้โดยไม่มีร่องรอยทางเอกสารและการขนส่ง

คำถามจึงไม่ควรหยุดแค่ว่า “ใครเอาขยะมาทิ้ง?” แต่ต้องสาวให้ถึงว่า ใครนำเข้า ใครอนุญาต ใครขน ใครรับ ใครกำจัด และระบบตรวจสอบของรัฐหายไปตรงไหน

หากรัฐบาลต้องการแก้ปัญหานี้ให้จบ ต้องตรวจทั้งขบวนการ ไม่ใช่รอให้ประชาชนพบ ดินปนกาก น้ำเสีย หรือกองขยะพิษ แล้วจึงค่อยเข้าไปตรวจสอบในภายหลัง

#NEWS1 รายงาน