xs
xsm
sm
md
lg

จี้รัฐบาล! ตรวจทุกตู้คอนเทนเนอร์ สกัดขยะพิษต้นทาง ก่อนเข้าโรงงานทุนจีนทำลายดิน-น้ำ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ปัญหาขยะพิษจากต่างประเทศกำลังกลายเป็นคำถามใหญ่ถึงมาตรการสกัดกั้นของรัฐบาล หลังหน่วยงานรัฐตรวจพบการลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์และกากอุตสาหกรรมผ่านตู้คอนเทนเนอร์หลายครั้ง ขณะที่ปลายทางบางคดีเชื่อมโยงถึงโรงงานกลุ่มทุนจีน และพบการลักลอบฝังกลบของเสียจนเกิดความเสี่ยงต่อดินและแหล่งน้ำ

ข้อมูลจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมระบุว่า ปัญหาการซุกซ่อนและฝังกลบกากสารพิษ รวมถึงขยะอิเล็กทรอนิกส์จากโรงงานที่หน่วยงานเรียกว่า “กลุ่มจีนเทา” ถูกตรวจพบในหลายจังหวัด ทั้งปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ระยอง ชลบุรี พระนครศรีอยุธยา สมุทรสาคร และสมุทรปราการ

ที่สำคัญ หลายคดีพบร่องรอยของเสียที่เดินทางมาจากต่างประเทศ

กรณีหนึ่งเมื่อปี 2568 เจ้าหน้าที่ตรวจตู้สินค้าจากสหรัฐฯ ซึ่งสำแดงว่าเป็นเศษอะลูมิเนียมและโลหะ แต่เมื่อตรวจสอบกลับพบขยะอิเล็กทรอนิกส์รวมถึง 238 ตัน มูลค่ากว่า 18 ล้านบาท จนถูกดำเนินการในฐานะสินค้าที่นำเข้าไม่ถูกต้องและเข้าข่ายของเสียอันตราย

สถานการณ์ยังต่อเนื่องถึงปี 2569 เมื่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรและกรมโรงงานฯ ตรวจตู้สินค้าต้องสงสัยที่ท่าเรือแหลมฉบังหลายครั้ง พบทั้งขยะอิเล็กทรอนิกส์และกากอุตสาหกรรมปะปนมากับสินค้าที่สำแดงเป็นเศษโลหะ แสดงให้เห็นวิธีการสำคัญที่ผู้กระทำผิดอาจใช้เพื่อพยายามนำของเสียผ่านเข้าประเทศ

ปัญหาจึงอยู่ที่ว่า หากตรวจพบตั้งแต่ท่าเรือ ขยะเหล่านี้สามารถถูกสกัดและส่งกลับประเทศต้นทางได้ แต่หากหลุดออกจากท่าเรือไปถึงโรงงานแล้ว ความเสียหายอาจตกอยู่กับประเทศไทย

ตัวอย่างใน จ.ฉะเชิงเทรา เจ้าหน้าที่เคยตรวจพื้นที่โกดังที่มีนายทุนชาวจีนเป็นกรรมการบริษัทและเจ้าของที่ดิน ก่อนพบขยะอิเล็กทรอนิกส์ เศษพลาสติก เศษสายไฟ และการลักลอบฝังกลบของเสียภายในพื้นที่โรงงาน

ขณะที่กรณีโรงงานเกี่ยวกับขยะอิเล็กทรอนิกส์ใน จ.ปราจีนบุรี เจ้าหน้าที่ตรวจพบการทิ้งกากอุตสาหกรรมบริเวณบ่อน้ำ และผลตรวจตัวอย่างดิน น้ำ และกากของเสียพบโลหะหนัก เช่น ตะกั่วและโครเมียม

เมื่อเส้นทางความเสียหายเริ่มเห็นชัด คำถามจึงย้อนกลับมาที่รัฐบาลว่า เหตุใดประเทศไทยต้องรอให้ขยะพิษเดินทางไปถึงโรงงาน ถูกคัดแยก เททิ้งหรือฝังกลบ แล้วจึงตามเข้าไปจับ

ถึงเวลาหรือไม่ที่รัฐบาลจะยกระดับการตรวจตู้คอนเทนเนอร์นำเข้า โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มเศษโลหะ พลาสติก ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และสินค้าที่มีความเสี่ยงสูง พร้อมเชื่อมข้อมูลตั้งแต่ประเทศต้นทาง ผู้นำเข้า ผู้รับสินค้า ไปจนถึงโรงงานปลายทาง เพื่อสกัดของเสียอันตรายตั้งแต่ประตูประเทศ

อย่างไรก็ตาม การตรวจตู้คอนเทนเนอร์ “ทุกตู้” จำเป็นต้องพิจารณาความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ ทั้งปริมาณสินค้ามหาศาลและผลกระทบต่อระบบโลจิสติกส์ รัฐบาลจึงต้องตอบว่า จะสามารถใช้ระบบคัดกรองความเสี่ยง เครื่องเอกซเรย์ และการเปิดตรวจทางกายภาพกับตู้เสี่ยงสูงอย่างเข้มข้นเพียงใด เพื่อให้ใกล้เคียงกับเป้าหมายไม่ปล่อยขยะพิษหลุดเข้าประเทศ

เพราะการสกัดตู้สินค้าต้องสงสัยที่ท่าเรือ ย่อมมีต้นทุนต่ำกว่าการปล่อยให้ขยะพิษเข้าไปถึงโรงงาน แล้วต้องใช้งบประมาณและเวลาอีกมหาศาลเพื่อฟื้นฟูดินและแหล่งน้ำในภายหลัง

รัฐบาลจึงต้องตอบให้ชัดว่า จะปิดประตูขยะพิษตั้งแต่ตู้คอนเทนเนอร์ได้อย่างไร ก่อนที่ประเทศไทยจะต้องเป็นผู้รับภาระกำจัดของเสียจากต่างประเทศ และทิ้งมลพิษไว้ให้ประชาชนไทยเป็นผู้รับกรรม

#NEWS1 รายงาน