กัมพูชากำลังกลายเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่น่าจับตาของสองมหาอำนาจ หลังความสัมพันธ์ทางทหารกับจีนแนบแน่นมานาน ล่าสุดสหรัฐฯ กำลังหวนกลับมาขยายความร่วมมือด้านกลาโหมกับพนมเปญอีกครั้ง ทั้งยกเลิกมาตรการห้ามค้าอาวุธ และเตรียมรื้อฟื้นการฝึกร่วม Angkor Sentinel ในปี 2027
ความเคลื่อนไหวล่าสุดเกิดขึ้นหลัง พล.อ.ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา พบหารือกับ Elbridge A. Colby ผู้ดำรงตำแหน่งด้านนโยบายกลาโหมระดับสูงของสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2026 ที่กรุงพนมเปญ โดยฝ่ายสหรัฐฯ ระบุว่ากัมพูชาเป็นหุ้นส่วนสำคัญ พร้อมเดินหน้าขยายความร่วมมือด้านความมั่นคงและกลาโหมบนพื้นฐานของผลประโยชน์ร่วมกัน
หนึ่งในสัญญาณสำคัญคือการเตรียมนำ Angkor Sentinel การฝึกร่วมระหว่างกัมพูชากับสหรัฐฯ กลับมาอีกครั้งในปี 2027 หลังถูกระงับไปตั้งแต่ปี 2017 ซึ่ง พล.อ.ฮุน มาเนต ระบุว่า การฝึกและความร่วมมือดังกล่าวจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถของกองทัพกัมพูชาและกระชับความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพทั้งสองประเทศ
ก่อนหน้านี้สหรัฐฯ ยังได้ยกเลิกสถานะกัมพูชาจากกลุ่มประเทศที่ถูกห้ามส่งออกอาวุธ โดยรัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศยกเลิก arms embargo ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2025 ก่อนที่กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ จะปรับกฎอย่างเป็นทางการ นำกัมพูชาออกจาก Country Group D:5 มีผลวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2026 เปิดทางให้ความสัมพันธ์ด้านยุทโธปกรณ์กลับมาได้มากขึ้น แม้การส่งออกบางประเภทยังคงอยู่ภายใต้กฎควบคุมของสหรัฐฯ
แต่ในอีกด้านหนึ่ง กัมพูชายังคงมีความสัมพันธ์ทางทหารอย่างใกล้ชิดกับจีน โดยเฉพาะ ฐานทัพเรือเรียม ซึ่งจีนเป็นผู้สนับสนุนการปรับปรุงและก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกครั้งใหญ่ ก่อนเปิดใช้อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนเมษายน 2025 ภายในยังมีศูนย์สนับสนุนและฝึกร่วมกัมพูชา-จีนด้วย
ความสัมพันธ์ดังกล่าวเคยสร้างความกังวลต่อสหรัฐฯ และชาติตะวันตกว่า ฐานทัพเรือเรียมอาจเปิดทางให้กองทัพจีนมีจุดยุทธศาสตร์ในอ่าวไทย แม้รัฐบาลกัมพูชายืนยันมาโดยตลอดว่าจะไม่อนุญาตให้ต่างชาติตั้งฐานทัพถาวรบนแผ่นดินกัมพูชา
จีนยังสนับสนุนขีดความสามารถทางทหารของกัมพูชา โดยกัมพูชาเคยยืนยันว่าจีนจะมอบเรือคอร์เวต Type 056 จำนวน 2 ลำ ขณะที่ความช่วยเหลือทางทหารระหว่างสองประเทศมีมาต่อเนื่องทั้งยุทโธปกรณ์และการฝึกร่วม
ภาพที่เกิดขึ้นจึงน่าจับตา เพราะด้านหนึ่ง จีนลงทุนและสนับสนุนกองทัพกัมพูชาอย่างหนัก รวมถึงการพัฒนาฐานทัพเรือเรียม แต่อีกด้านหนึ่ง สหรัฐฯ กำลังหวนกลับเข้าหากัมพูชา ทั้งเปิดทางด้านอาวุธและรื้อฟื้นการฝึกร่วม หลังความสัมพันธ์ทางทหารห่างเหินกันมาหลายปี
ขณะเดียวกัน พล.อ.ฮุน มาเนต ยังกล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยยืนยันว่ากัมพูชาต้องการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี อาศัยกฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงอนุสัญญา สนธิสัญญา และข้อตกลงที่มีอยู่ พร้อมขอบคุณประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สำหรับบทบาทของสหรัฐฯ ในกระบวนการหยุดยิงและ Kuala Lumpur Joint Statement เมื่อปี 2025
จึงต้องจับตาว่า การกลับมาของสหรัฐฯ ครั้งนี้เป็นเพียงการฟื้นความสัมพันธ์ทางทหารกับกัมพูชา หรือเป็นส่วนหนึ่งของเกมยุทธศาสตร์ที่วอชิงตันต้องการดึงพนมเปญออกจากอิทธิพลของปักกิ่ง
เพราะวันนี้กัมพูชากำลังอยู่ในจุดที่ จีนยังคงเป็นพันธมิตรด้านกลาโหมรายสำคัญ ขณะที่สหรัฐฯ ก็เริ่มเปิดประตูกลับเข้ามาอีกครั้ง ท่ามกลางสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาที่ยังเป็นประเด็นละเอียดอ่อน
#NEWS1 รายงาน


