กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่กระทบถึงความมั่นคงด้านทะเบียนราษฎร หลังมีการตรวจพบข้อมูลบุคคล หลักหมื่นรายที่มีลักษณะเข้าข่ายต้องสงสัยเกี่ยวกับกรณี “พ่อทิพย์” หรือการใช้ชายไทยรับรองความเป็นบิดาให้บุตรของหญิงต่างชาติ เพื่อให้ได้สถานะทางทะเบียนหรือสัญชาติไทย
อย่างไรก็ตาม กรมการปกครองย้ำว่า ตัวเลขหลักหมื่นดังกล่าวยังไม่ใช่จำนวนผู้กระทำความผิด แต่เป็นข้อมูลที่เข้าหลักเกณฑ์หรือมีความผิดปกติซึ่งจำเป็นต้องนำมาตรวจสอบเป็นรายกรณี จึงไม่สามารถสรุปได้ว่าบุคคลทั้งหมดเป็น “พ่อทิพย์” หรือมีการทุจริตจริง
แนวทางตรวจสอบจะต้องไล่ตั้งแต่เอกสารการแจ้งเกิด ความสัมพันธ์ของบุคคล ประวัติและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง หากกรณีใดมีเหตุอันควรสงสัย จะประสานสำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจ DNA เพื่อพิสูจน์ความสัมพันธ์ทางสายเลือด ก่อนดำเนินการตามกฎหมาย
ปัญหานี้ไม่ใช่เพียงข้อสงสัยเท่านั้น เพราะรัฐบาลเปิดเผยเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2569 ว่า ที่ผ่านมา กรมการปกครองและสำนักงานตำรวจแห่งชาติเปิดปฏิบัติการปราบปรามขบวนการลักษณะดังกล่าวแล้วหลายครั้ง ทั้ง “ทลายกุมารทิพย์” “ย้อนเกล็ดมังกร” และ “ถอดเกล็ดมังกร” พบทั้งการรับจ้างจดทะเบียนสมรส รับรองบุตร และแจ้งเกิดอันเป็นเท็จ โดยมีทั้งชายไทย ชาวต่างชาติ และเจ้าหน้าที่รัฐบางรายถูกดำเนินคดี
ในปฏิบัติการ “ถอดเกล็ดมังกร” เพียงคดีเดียว ศาลอนุมัติหมายจับ 35 หมาย และจับกุมได้แล้ว 32 ราย ขณะที่กรมการปกครองได้สั่งเพิกถอนรายการแจ้งเกิดที่ตรวจสอบพบว่าเป็นเท็จ ส่วนคดีอื่นยังอยู่ระหว่างการสอบสวนและขยายผล
ดังนั้น ตัวเลข “หลักหมื่น” จึงต้องแยกให้ชัดระหว่าง “ผู้เข้าข่ายต้องตรวจสอบ” กับ “ผู้ที่พิสูจน์แล้วว่าทุจริต” โดยขั้นตอนจากนี้คือการคัดกรองและตรวจสอบหลักฐาน รวมถึงใช้ผล DNA ในกรณีที่จำเป็น เพื่อชี้ให้ได้ว่าใครเป็นบิดาที่แท้จริง และกรณีใดเป็นการสร้างข้อมูลเท็จเพื่อให้ได้สิทธิทางทะเบียนโดยมิชอบ
#NEWS1 รายงาน


