xs
xsm
sm
md
lg

ป่าจันทบุรีนับ"หมื่นไร่"เตรียมจมใต้น้ำ หลัง ครม.ไฟเขียวอ่างเก็บน้ำรองรับ EEC

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กลายเป็นประเด็นใหญ่ของคนจันทบุรี หลังคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติโครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด จังหวัดจันทบุรี วงเงินประมาณ 7,200 ล้านบาท เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนสำหรับการอุปโภคบริโภค การเกษตร และภาคอุตสาหกรรม รวมถึงเสริมความมั่นคงด้านน้ำเพื่อรองรับการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC

ตามข้อมูลที่รัฐบาลเปิดเผย อ่างเก็บน้ำคลองวังโตนดจะมีความจุประมาณ 99.5 ล้านลูกบาศก์เมตร สามารถส่งน้ำสนับสนุนพื้นที่ชลประทานประมาณ 87,700 ไร่ และเป็น 1 ใน 38 โครงการสำคัญตามแผนพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อรองรับการพัฒนา EEC

แต่สิ่งที่กำลังถูกตั้งคำถามอย่างหนัก คือพื้นที่ที่จะกลายเป็นพื้นที่น้ำท่วมจากการสร้างอ่างเก็บน้ำ โดยข้อมูลที่ถูกนำมาเปิดเผยระบุว่า มีพื้นที่ป่ารวมประมาณ 11,982 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาสิบห้าชั้นประมาณ 6,191 ไร่ และพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าขุนซ่องประมาณ 5,791 ไร่

พื้นที่เกือบ 12,000 ไร่ดังกล่าวมีขนาดใหญ่มาก หากเปรียบเทียบให้เห็นภาพ จะมีขนาดประมาณ 33 เท่าของสวนลุมพินี ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 360 ไร่ นั่นหมายความว่า หากโครงการเดินหน้าตามรูปแบบที่ได้รับอนุมัติ พื้นที่ป่าจำนวนมหาศาลจะได้รับผลกระทบจากการกักเก็บน้ำของอ่าง

นอกจากนี้ ยังมีการเปิดข้อมูลว่า ในพื้นที่ดังกล่าวมีต้นไม้ที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางตั้งแต่ 10 เซนติเมตรขึ้นไปประมาณ 340,000 ต้น รวมถึงเป็นพื้นที่อาศัยของช้างป่าและสัตว์ป่าอีกหลายชนิด ทำให้ต้นทุนของโครงการไม่ได้มีเพียงวงเงินก่อสร้าง 7,200 ล้านบาท แต่ยังรวมถึงทรัพยากรป่าที่ต้องสูญเสียไปด้วย

ด้าน “หนุ่มเมืองจันท์” หรือ สรกล อดุลยานนท์ หยิบประเด็นนี้ขึ้นมาตั้งคำถาม โดยชี้ว่า ข่าวการอนุมัติโครงการอาจดูเป็นข่าวเล็กในกรุงเทพฯ แต่ถือเป็น “ข่าวใหญ่มาก” สำหรับคนเมืองจันท์ เพราะสิ่งที่ต้องแลกกับแหล่งน้ำแห่งใหม่คือผืนป่าขนาดเกือบ 12,000 ไร่

ขณะเดียวกัน รัฐบาลให้เหตุผลถึงประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับพื้นที่เกษตรกว่า 87,700 ไร่ รวมถึงการเพิ่มน้ำต้นทุนสำหรับประชาชนและภาคอุตสาหกรรม แต่เมื่อโครงการนี้ถูกกำหนดให้เป็นหนึ่งในโครงการสำคัญของแผนพัฒนาแหล่งน้ำรองรับ EEC จึงเกิดคำถามในพื้นที่ว่า น้ำจากอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่แห่งนี้ ในท้ายที่สุดจะถูกจัดสรรให้ภาคเกษตร ประชาชน และภาคอุตสาหกรรมในสัดส่วนเท่าใด

เรื่องนี้จึงกลายเป็นโจทย์สำคัญของรัฐบาล เพราะด้านหนึ่งคือความต้องการแหล่งน้ำเพิ่มเติมของจันทบุรีและภาคตะวันออก แต่อีกด้านคือพื้นที่ป่าจันทบุรี นับหมื่นไร่ ที่จะได้รับผลกระทบจากโครงการ

เมื่อ ครม.ไฟเขียวโครงการแล้ว สิ่งที่คนจันทบุรีและสังคมต้องจับตาต่อจากนี้คือ การสร้างความมั่นคงด้านน้ำเพื่อรองรับทั้งภาคเกษตร ประชาชน และการเติบโตของ EEC ครั้งนี้ คุ้มค่ากับพื้นที่ป่าเกือบ 12,000 ไร่ที่ต้องแลกไปหรือไม่

#NEWS1 รายงาน