อ.วีระ เปิดประเด็นงบประมาณจังหวัดและกลุ่มจังหวัด ผ่านรายการของ “เนชั่นสุดสัปดาห์ NationWeekend” ตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าของการใช้งบประมาณในช่วงที่สถานการณ์การเงินการคลังของประเทศอยู่ในภาวะตึงตัว หลังพบว่างบประมาณส่วนสำคัญถูกนำไปใช้กับการจัดอีเวนต์ งานประเพณี และกิจกรรมส่งเสริมต่าง ๆ
อ.วีระ ระบุว่า งบประมาณที่คณะกรรมาธิการงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 พิจารณาให้กับกลุ่มจังหวัดและผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด มีวงเงินรวมประมาณ 4,000 ล้านบาท แต่จากการพิจารณาพบว่า “ครึ่งหนึ่งหรือเกือบครึ่งหนึ่ง” เป็นงบประมาณในลักษณะการจัดอีเวนต์
พร้อมยกตัวอย่างกิจกรรมของจังหวัดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับประเพณี การท่องเที่ยว หรือการรำลึกเหตุการณ์สำคัญ เช่น งานในจังหวัดกาญจนบุรี พระนครศรีอยุธยา และลพบุรี
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ อ.วีระ ตั้งคำถามต่อคือ จังหวัดมีหน่วยงานที่รับผิดชอบงานในลักษณะดังกล่าวอยู่แล้ว ทั้งประชาสัมพันธ์จังหวัด วัฒนธรรมจังหวัด รวมถึงหน่วยงานด้านการท่องเที่ยว จึงเกิดคำถามว่าแต่ละหน่วยงานมีการประสานงานกันเพียงใด และเหตุใดจึงยังปรากฏโครงการที่มีลักษณะใกล้เคียงหรือซ้ำซ้อนกัน
อ.วีระ เล่าว่า เมื่อสอบถามเจ้าหน้าที่ ได้รับคำอธิบายว่ากิจกรรมที่จังหวัดดำเนินการนั้นแตกต่างออกไป เช่น มีการใช้อินฟลูเอนเซอร์เข้ามาทำกิจกรรม ขณะที่การจัดงานส่วนใหญ่ เมื่อฝ่ายจังหวัดเดินทางไปเปิดงานแล้ว ขั้นตอนต่อจากนั้นก็เป็นหน้าที่ของออร์แกไนเซอร์ดำเนินการ
อีกด้านหนึ่ง อ.วีระ ยังกล่าวถึงการจัดระบบงบประมาณจังหวัดในปีนี้ โดยย้อนว่าในอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดมีงบประมาณเฉลี่ยจังหวัดละประมาณ 200 ล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งถูกนำไปใช้ซ่อมถนน ทำแหล่งน้ำ ขุดบ่อหรือสระ และโครงการที่เกี่ยวข้องกับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน
แต่ปัญหาคือโครงการจำนวนหนึ่งมีลักษณะซ้ำกับภารกิจของหน่วยงานส่วนกลางอยู่แล้ว เช่น งานถนนที่มีกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบทรับผิดชอบ หรืองานด้านแหล่งน้ำที่มีกรมทรัพยากรน้ำและกรมทรัพยากรน้ำบาดาลดำเนินการ
ในประเด็นนี้ อ.วีระ ระบุชัดว่า ปีนี้ต้อง “ชมรัฐบาล” ที่มีการจัดระบบใหม่ โดยงานใดที่ไม่ใช่ภารกิจหลักของผู้ว่าราชการจังหวัดและมีหน่วยงานอื่นรับผิดชอบอยู่แล้ว ก็ควรส่งกลับไปให้หน่วยงานเจ้าภาพดำเนินการโดยตรง เพื่อลดความซ้ำซ้อนในการใช้งบประมาณ
แต่สิ่งที่น่าจับตาคือคำเตือนเรื่องสถานการณ์การเงินการคลังของประเทศ โดย อ.วีระ มองว่า หากสถานการณ์อยู่ในระดับที่ใกล้วิกฤตเช่นนี้ ก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ หากในปีหน้า งบประมาณกลุ่มจังหวัดและงบผู้ว่าราชการจังหวัดที่อยู่ในระดับประมาณ 4,000 ล้านบาท จะถูกลดลงเหลือเพียง 2,000 ล้านบาท หรืออาจเหลือเพียง 1,000 ล้านบาท
กลายเป็นอีกคำถามสำคัญว่า ในยามที่ประเทศต้องบริหารเงินทุกบาทอย่างรอบคอบ งบประมาณระดับจังหวัดควรถูกจัดลำดับความสำคัญอย่างไร ระหว่างกิจกรรมและอีเวนต์ กับภารกิจที่สร้างประโยชน์โดยตรงต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน
#NEWS1 รายงาน


