กลายเป็นอีกเสียงสะท้อนจากคนทำงานโรงงาน หลังหนุ่มรายหนึ่งออกมาตั้งคำถามถึงระบบเวลาพักและการเข้าห้องน้ำของโรงงานที่ตนทำงานอยู่ โดยระบุว่า แม้บริษัทจะกำหนดเวลาพักครั้งละ 40 นาที แต่พนักงานในไลน์ผลิตต้องเสียเวลาถอดและเปลี่ยนชุดคลีนรูมเข้า-ออกประมาณ 20 นาที ทำให้เวลาที่เหลือสำหรับกินข้าวและพักจริง ๆ เหลือเพียงประมาณ 20 นาทีเท่านั้น
เจ้าของเรื่องเล่าว่า ตนทำงานเป็นกะตั้งแต่เวลา 07.15 น. ถึง 19.45 น. มีเวลาพัก 2 รอบ รอบละ 40 นาที และมีเครื่องสแกนใบหน้าควบคุมเวลาเข้าออกจากไลน์ผลิต
แต่ด้วยลักษณะงานที่ต้องสวมชุดคลีนรูม เมื่อจะออกมาพัก พนักงานต้องผ่านขั้นตอนถอดชุดคลีนรูม ก่อนเปลี่ยนมาสวมชุดคลุมแขนยาวอีกชุด และเมื่อต้องกลับเข้าไปทำงานก็ต้องเปลี่ยนกลับเข้าสู่ชุดคลีนรูมอีกครั้ง
เจ้าตัวระบุว่า ขั้นตอนทั้งหมดกินเวลาประมาณ 20 นาทีต่อรอบ
นั่นหมายความว่า จากเวลาพักที่ระบุไว้ 40 นาที พนักงานเหลือเวลาสำหรับเดินไปกินข้าว รับประทานอาหาร และพักจริง ๆ เพียงประมาณ 20 นาที ก่อนต้องรีบกลับไปเปลี่ยนชุดและสแกนหน้าเข้าไลน์ให้ทันเวลา
อีกประเด็นที่สร้างความกังวลคือ การเข้าห้องน้ำ
พนักงานรายนี้ระบุว่า โรงงานกำหนดเวลาเข้าห้องน้ำไว้รวม 40 นาที โดยเวลานี้ยังรวมเวลาที่ต้องใช้ในการถอดและใส่ชุดคลีนรูมด้วย หากใช้เวลาเกินกว่าที่กำหนด อาจถูกออกใบเตือน
เจ้าตัวจึงตั้งคำถามว่า การบริหารเวลาลักษณะนี้ถูกต้องตามกฎหมายแรงงานหรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อโรงงานมีพนักงานประมาณ 2,000 คน แต่ไม่มีสหภาพแรงงาน ขณะที่ฝ่าย HR ยืนยันกับพนักงานว่า บริษัทดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายแล้ว
ตามหลักกฎหมายคุ้มครองแรงงาน นายจ้างต้องจัดให้ลูกจ้างมีเวลาพักระหว่างการทำงานวันหนึ่งรวมกัน ไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง หลังจากทำงานติดต่อกันมาแล้วไม่เกิน 5 ชั่วโมง และสามารถแบ่งเวลาพักออกเป็นช่วง ๆ ได้ตามที่ตกลงกัน โดยเมื่อรวมแล้วต้องไม่น้อยกว่าที่กฎหมายกำหนด
เมื่อมองเฉพาะตัวเลข โรงงานแห่งนี้ให้พัก 2 รอบ รอบละ 40 นาที รวม 80 นาที จึงดูเหมือนมากกว่าขั้นต่ำตามกฎหมาย
แต่ปัญหาที่พนักงานตั้งคำถามคือ 80 นาทีนั้นเป็น “เวลาพักจริง” ทั้งหมดหรือไม่
เพราะหากลูกจ้างยังต้องเสียเวลาไปกับขั้นตอนที่นายจ้างกำหนด เช่น ถอดชุด เปลี่ยนเครื่องแต่งกาย ผ่านขั้นตอนควบคุมพื้นที่ และเตรียมตัวกลับเข้าไลน์ผลิต จนไม่สามารถใช้เวลาส่วนนั้นเพื่อพักได้อย่างอิสระ ก็เกิดคำถามว่าควรนับเวลาทั้งหมดเป็นเวลาพักของลูกจ้างหรือไม่
โดยเฉพาะเมื่อขั้นตอนดังกล่าวไม่ได้เกิดจากความสมัครใจของพนักงาน แต่เป็นข้อกำหนดจากลักษณะงานและมาตรฐานของพื้นที่คลีนรูม
ส่วนเรื่องการเข้าห้องน้ำ กฎหมายแรงงานไม่ได้กำหนดตัวเลขกลางว่า ลูกจ้างมีสิทธิเข้าห้องน้ำได้วันละกี่นาที ขณะที่นายจ้างมีหน้าที่จัดห้องน้ำและห้องส้วมให้เหมาะสมแก่ลูกจ้างตามหลักสวัสดิการแรงงาน
ดังนั้น การกำหนดระบบควบคุมเวลาเพื่อป้องกันการละทิ้งงานอาจทำได้ในระดับหนึ่ง แต่หากนำไปใช้จนกระทบต่อการใช้ห้องน้ำตามความจำเป็น หรือออกใบเตือนโดยไม่พิจารณาสภาพร่างกายและข้อเท็จจริงแต่ละกรณี ก็เป็นประเด็นที่สามารถขอให้พนักงานตรวจแรงงานเข้าตรวจสอบความเหมาะสมได้
อีกจุดที่ต้องตรวจสอบคือชั่วโมงการทำงาน
ตั้งแต่ 07.15 น. ถึง 19.45 น. เท่ากับพนักงานอยู่ในสถานประกอบการประมาณ 12 ชั่วโมง 30 นาที หากหักเวลาพักตามที่บริษัทกำหนด 80 นาที จะเหลือเวลาประมาณ 11 ชั่วโมง 10 นาที
จึงต้องดูเพิ่มเติมว่า ส่วนที่เกินเวลาทำงานปกติถูกนับและจ่ายเป็นค่าล่วงเวลาหรือ OT อย่างถูกต้องหรือไม่ รวมถึงเวลาทำงานล่วงเวลารวมต่อสัปดาห์เป็นไปตามข้อจำกัดของกฎหมายหรือไม่
เรื่องนี้จึงไม่ได้มีเพียงคำถามว่า “โรงงานให้พักครบ 80 นาทีหรือไม่”
แต่ต้องถามต่อว่า
พนักงานได้ใช้ 80 นาทีนั้นเพื่อพักจริงกี่นาที?
หากครึ่งหนึ่งของเวลาถูกใช้ไปกับขั้นตอนการถอดและใส่อุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการทำงาน แล้วบริษัทสามารถนับเวลานั้นเป็นเวลาพักทั้งหมดได้หรือไม่
รวมถึงการกำหนดเวลาเข้าห้องน้ำพร้อมบทลงโทษเป็นใบเตือน มีความเหมาะสมกับสภาพการทำงานจริงหรือไม่
โดยเฉพาะโรงงานขนาดใหญ่ที่มีพนักงานประมาณ 2,000 คน และไม่มีสหภาพแรงงานเป็นตัวแทนในการเจรจาเรื่องสภาพการจ้าง
กรณีนี้จึงน่าจะต้องให้หน่วยงานด้านแรงงานเข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริง ทั้งตารางกะ ข้อบังคับการทำงาน วิธีนับเวลาพัก ระบบสแกนเข้าออก เวลาสำหรับถอด-ใส่ชุดคลีนรูม ตลอดจนหลักเกณฑ์การออกใบเตือนกรณีเข้าห้องน้ำเกินเวลา
เพราะคำว่า “พัก 40 นาที” บนตาราง กับ “ได้พักจริง 40 นาที” อาจไม่ใช่เรื่องเดียวกัน
และหากพนักงานต้องรีบถอดชุด รีบกินข้าว รีบเปลี่ยนชุดกลับเข้าไลน์ จนเหลือเวลาพักจริงเพียงครึ่งเดียว คำถามว่า HR บอกว่า “ทำถูกกฎหมายแล้ว” เพียงพอหรือไม่ ก็คงต้องให้พนักงานตรวจแรงงานเป็นผู้ตอบจากข้อเท็จจริงทั้งหมด
#NEWS1 รายงาน


