เรียกได้ว่าเกือบเนียน แต่สุดท้ายไม่รอดสายตานายทะเบียนอำเภอแม่ริม หลังชายวัย 49 ปีพาหญิงชาวเมียนมาและเด็กเข้ามาขอแจ้งเกิด โดยอ้างตัวเป็น “พ่อ” หวังให้เด็กเข้าสู่กระบวนการขอมีสัญชาติไทย แต่เจ้าหน้าที่ตรวจเอกสารแล้วพบพิรุธหลายจุด ก่อนแยกสอบจนความจริงแตก เพราะทั้งคู่ไม่เคยอยู่กินฉันสามีภรรยา ไม่มีประวัติติดต่อกันทางโทรศัพท์ และที่สะดุดที่สุดคือ **รูปคู่กันสักภาพก็ยังไม่มี**
เหตุเกิดเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ที่สำนักทะเบียนอำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ภายใต้การอำนวยการของ นายวัชระ เทพกัน นายอำเภอแม่ริม ซึ่งมอบหมายให้ นายอภิชาต สินณรงค์ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานทะเบียนและบัตร พร้อมผู้ช่วยนายทะเบียนและเจ้าหน้าที่ ตรวจสอบกรณีขอแจ้งการเกิดของเด็กที่มีมารดาไม่มีสัญชาติไทย โดยเป็นหญิงชาวเมียนมา ขณะที่ชายที่อ้างเป็นบิดามีสถานะเป็นบุคคลชนกลุ่มน้อยที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร
ชายรายดังกล่าวซึ่งขอใช้นามสมมุติว่า “นายชน” อายุ 49 ปี นำหนังสือรับรองการเกิดจากโรงพยาบาลนครพิงค์ พร้อมสมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็ก มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ และยืนยันว่าตนเองเป็นบิดาของเด็กตามข้อมูลที่ปรากฏในเอกสาร
ตามขั้นตอน เจ้าหน้าที่ให้นำพยานคนไทยจำนวน 2 คนมาให้ถ้อยคำรับรอง ก่อนตรวจสอบรายละเอียดทั้งหมดอย่างละเอียด
แต่เมื่อเจ้าหน้าที่เริ่มแยกสอบบุคคลที่เกี่ยวข้อง กลับพบข้อมูลหลายอย่างไม่สอดคล้องกับการเป็นสามีภรรยากัน
ไม่พบหลักฐานว่า ชายวัย 49 ปีกับหญิงชาวเมียนมาเคยอาศัยอยู่ด้วยกัน
ไม่พบประวัติการติดต่อกันทางโทรศัพท์ในลักษณะที่สอดคล้องกับความสัมพันธ์ของคู่ชีวิต
และแทบไม่มีหลักฐานเชิงพฤติการณ์ที่แสดงว่าทั้งคู่ใช้ชีวิตร่วมกัน
แม้กระทั่ง **ภาพถ่ายคู่กันก็ไม่มีปรากฏ**
เมื่อถูกเจ้าหน้าที่สอบถามแยกกัน นางฟ้า นามสมมุติ อายุ 27 ปี ซึ่งเป็นมารดาตามหนังสือรับรองการเกิด ยอมรับว่า นายชน **ไม่ใช่สามี และไม่ใช่บิดาที่แท้จริงของเด็ก**
ส่วนฝ่ายชายก็ยอมรับว่า ตนเคยพาหญิงรายดังกล่าวไปฝากครรภ์และตรวจเลือดด้วยกันจริง แต่ทั้งคู่ไม่ได้เป็นสามีภรรยากัน
เจ้าหน้าที่จึงมองว่า พฤติการณ์ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นในวันที่ไปแจ้งเกิดเท่านั้น แต่มีการเตรียมการมาตั้งแต่ขั้นตอนฝากครรภ์ ตรวจเลือด รับหนังสือรับรองการเกิด กระทั่งนำเอกสารมายื่นต่อนายทะเบียน เพื่อให้ข้อมูลดูสอดคล้องกับการอ้างตัวเป็นบิดาของเด็ก
จากการสอบสวน ทั้งสองให้ข้อมูลว่าการดำเนินการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อให้เด็กสามารถเข้าสู่กระบวนการขอมี **สัญชาติไทย** ในฐานะบุตรของบุคคลชนกลุ่มน้อยที่เกิดในราชอาณาจักรไทย
เมื่อเจ้าหน้าที่พบว่าข้อมูลที่นำมาใช้แจ้งเกิดไม่ตรงกับข้อเท็จจริง จึงบันทึกจับกุมและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
กรณีนี้จึงสะท้อนให้เห็นความสำคัญของเจ้าหน้าที่ทะเบียน เพราะเอกสารประกอบเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากพฤติการณ์ของผู้มายื่นคำร้องมีข้อสงสัย
สิ่งที่ทำให้เรื่องแตกในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงเอกสารใบใดใบหนึ่ง แต่เป็นการตรวจสอบองค์ประกอบรอบด้าน ตั้งแต่ความสัมพันธ์ การอยู่อาศัย การติดต่อสื่อสาร ไปจนถึงภาพถ่ายที่ควรจะปรากฏ หากทั้งสองเป็นคู่ชีวิตและมีบุตรร่วมกันจริง
โดยเฉพาะข้อเท็จจริงที่ว่า ทั้งคู่ผ่านขั้นตอนฝากครรภ์และตรวจเลือดมาด้วยกันแล้ว แต่เมื่อถูกถามถึงชีวิตคู่กลับไม่มีข้อมูลสนับสนุน แม้แต่รูปถ่ายร่วมกันธรรมดาสักใบ
ยิ่งทำให้เจ้าหน้าที่ตั้งข้อสงสัย และนำไปสู่การแยกสอบจนสุดท้ายทั้งสองฝ่ายยอมรับข้อเท็จจริง
เหตุการณ์ที่แม่ริมยังเกิดขึ้นในช่วงที่ปัญหา **“พ่อทิพย์”** หรือการใช้บุคคลอื่นสวมสิทธิเป็นบิดาเพื่อให้เด็กต่างด้าวได้สถานะหรือสัญชาติไทย กำลังถูกหน่วยงานรัฐจับตาอย่างหนัก
ก่อนหน้านี้ในพื้นที่กรุงเทพฯ ก็เพิ่งมีการขยายผลจับกุมขบวนการที่ใช้ชายไทยสวมเป็นบิดาของเด็กซึ่งมีพ่อแม่ชาวจีน เพื่อให้เด็กเข้าสู่กระบวนการได้สัญชาติไทย โดยเจ้าหน้าที่ตรวจสอบทั้งเอกสารทะเบียน เวชระเบียน และผลตรวจสารพันธุกรรม ก่อนพบว่าบิดาที่แจ้งไว้ไม่ใช่พ่อแท้จริง
กรณีแม่ริมจึงเป็นอีกสัญญาณว่า การสวมสิทธิในระบบทะเบียนราษฎรไม่ใช่เรื่องเล็ก
เพราะหากการแจ้งเกิดเท็จผ่านไปได้ เด็กอาจได้รับสถานะและสิทธิต่าง ๆ ที่ต่อเนื่องตามมา ขณะที่ข้อมูลในฐานทะเบียนของรัฐก็จะผิดไปจากข้อเท็จจริงตั้งแต่ต้นทาง
งานนี้ต้องยกเครดิตให้เจ้าหน้าที่ทะเบียนอำเภอแม่ริมที่ไม่ดูเพียงว่าเอกสารครบหรือไม่ แต่ตรวจไปถึงข้อเท็จจริงของความสัมพันธ์
เพราะสุดท้ายสิ่งที่ดูเหมือนเตรียมการมาอย่างดี ตั้งแต่พาไปฝากครรภ์ ตรวจเลือด และเตรียมพยานมารับรอง กลับมาตกม้าตายตรงคำถามง่าย ๆ ว่า
**ถ้าเป็นสามีภรรยากันจริง แล้วเหตุใดจึงไม่มีหลักฐานว่าเคยใช้ชีวิตร่วมกัน แม้กระทั่งรูปคู่สักภาพก็ยังไม่เคยมี**
จากนี้คดีจะเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย และต้องติดตามต่อว่า จะมีบุคคลอื่นอยู่เบื้องหลังหรือเกี่ยวข้องกับการจัดเตรียมการแจ้งเกิดครั้งนี้หรือไม่ รวมถึงจะเชื่อมโยงกับขบวนการ “พ่อทิพย์” ในพื้นที่อื่นหรือไม่
#NEWS1 รายงาน
ที่มา : เชียงใหม่นิวส์ / สำนักทะเบียนอำเภอแม่ริม


