xs
xsm
sm
md
lg

ทหารเขมรจับมือจีนเทา ใช้‘แอนตี้โดรน’แบบ Spoofing ทำโดรน ทร.ตก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาด้านจังหวัดตราดยังวางใจไม่ได้ หลัง วาสนา นาน่วม ผู้สื่อข่าวสายทหาร เผยข้อมูลจากการลงพื้นที่รับผิดชอบของหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด โดยระบุถึงความเคลื่อนไหวที่น่าจับตาของทหารกัมพูชา โดยเฉพาะการใช้เทคโนโลยีต่อต้านโดรน หรือ Anti-Drone แบบ Spoofing ซึ่งมีรายงานว่าสามารถรบกวนจนทำให้โดรนของฝ่ายไทยหลงทิศและตกในพื้นที่ฝั่งกัมพูชาได้

วาสนาระบุว่า จากการตรวจสอบความเคลื่อนไหวตามแนวชายแดน พบว่าฝั่งกัมพูชามีการวางระบบ Anti-Drone หลายจุด และมีระบบที่เรียกว่า “Sky Watcher” ซึ่งมีกำลังค่อนข้างสูง เมื่อฝ่ายไทยนำโดรนขึ้นบินลาดตระเวนจึงมีโอกาสถูกรบกวนจนไม่สามารถปฏิบัติภารกิจได้ตามปกติ

สิ่งที่น่าจับตายิ่งกว่านั้น คือข้อมูลจากพื้นที่ที่วาสนานำมาเปิดเผย ซึ่งระบุถึงบทบาทของกลุ่ม “จีนเทา” ที่อาจไม่ได้เป็นเพียงแหล่งเงินสนับสนุนเท่านั้น แต่ยังมีรายงานว่ามีส่วนสนับสนุนอุปกรณ์ เทคโนโลยีเกี่ยวกับโดรน ตลอดจนทำหน้าที่ในลักษณะ “เอาท์ซอร์ส” ช่วยบินโดรนและเป็นครูฝึกการใช้งานให้กับฝ่ายกัมพูชา

วาสนาอธิบายว่า ระบบ Spoofing แตกต่างจากการรบกวนสัญญาณแบบทั่วไป เพราะเป็นการสร้างสัญญาณนำทางปลอมที่มีความแรงเหนือกว่าสัญญาณ GPS ที่โดรนกำลังรับอยู่ เมื่อโดรนรับข้อมูลปลอมเข้าไป อาจทำให้ระบบคำนวณตำแหน่งและเวลาผิดพลาด ส่งผลให้บินผิดเส้นทาง หลงทิศ หรือถูกชักนำออกจากพื้นที่ที่ต้องการปฏิบัติการ

ในกรณีที่เกิดขึ้นตามข้อมูลจากพื้นที่ วาสนาระบุว่า โดรนของฝ่ายไทยอาจถูก Spoofing จนถูก “ลาก” เข้าไปทางฝั่งกัมพูชา ก่อนตกลงในพื้นที่ดังกล่าว ทำให้ฝ่ายไทยต้องปรับแผนและศึกษาเทคโนโลยีเพื่อรับมือกับสงครามอิเล็กทรอนิกส์รูปแบบใหม่อย่างเร่งด่วน

สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า การเผชิญหน้าตามแนวชายแดนในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงกำลังพลและอาวุธแบบดั้งเดิมอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น สงครามเทคโนโลยี ที่ต่างฝ่ายต่างพยายามพัฒนาโดรน ระบบต่อต้านโดรน และระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์เพื่อชิงความได้เปรียบ

ข้อมูลจากการลงพื้นที่ยังระบุอีกว่า บริเวณฝั่งกัมพูชาซึ่งก่อนหน้านี้เคยเป็นที่ตั้งของเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์และสแกมเมอร์ มีชาวจีนอยู่จำนวนมาก ก่อนทยอยออกจากพื้นที่ภายหลังเกิดการสู้รบ แต่มีรายงานว่ายังคงมีกลุ่มจีนเทาบางส่วนที่สนับสนุนฝ่ายทหารกัมพูชาอยู่

วาสนายังรายงานว่า มีข้อมูลในลักษณะเดียวกันจากพื้นที่อื่น โดยกลุ่มจีนเทาอาจเข้ามาช่วยบินโดรนเอง หรือจัดหานักบินโดรนที่มีความเชี่ยวชาญมาช่วยปฏิบัติการและถ่ายทอดความรู้ เนื่องจากกลุ่มเหล่านี้มีผลประโยชน์จากพื้นที่ซึ่งเคยเป็นฐานของธุรกิจสแกมเมอร์ และต้องการให้ฝ่ายกัมพูชาสามารถกลับเข้าควบคุมพื้นที่ได้อีกครั้ง

ด้านฝ่ายไทยจึงมีแนวคิดเร่งเสริม ระบบ Anti-Drone ที่ทันสมัยและครอบคลุมพื้นที่มากขึ้น รวมถึงเพิ่มขีดความสามารถของกองทัพโดรนไทย เพื่อรับมือเทคโนโลยีของอีกฝ่าย ขณะเดียวกันกองทัพเรือยังให้ความสำคัญกับการสร้างถนนและเส้นทางส่งกำลังบำรุงตามแนวชายแดน รวมถึงแนวคิดจัดตั้งชุมชนหรือหมู่บ้านป้องกันตนเองในพื้นที่ เพื่อสร้างความมั่นคงระยะยาว

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเรื่องการสนับสนุนของ “จีนเทา” และการมีส่วนร่วมในการปฏิบัติการโดรนของฝ่ายกัมพูชา ในรายงานนี้เป็นข้อมูลจากพื้นที่ที่วาสนา นาน่วม นำมาเปิดเผย ยังไม่ใช่การยืนยันอย่างเป็นทางการว่ารัฐบาลหรือกองทัพจีนมีส่วนเกี่ยวข้อง โดยผู้รายงานแยกประเด็น “จีนเทา” ออกจากรัฐบาลจีนอย่างชัดเจน

จากสถานการณ์ทั้งหมด ฝ่ายทหารไทยประเมินว่าชายแดนด้านจังหวัดตราดยังไม่สามารถวางใจได้ เพราะนอกจากความเคลื่อนไหวของกำลังทหารกัมพูชาแล้ว ยังต้องเผชิญกับการแข่งขันด้านเทคโนโลยีโดรนและสงครามอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งกำลังกลายเป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญของสมรภูมิชายแดนยุคใหม่

#NEWS1 รายงาน