xs
xsm
sm
md
lg

ปลดล็อกเกณฑ์ “นำผ่าน–ถ่ายลำ”เพิ่มขีดแข่งขันโลจิสติกส์ไทย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ข้อเสนอภาคเอกชนเกี่ยวกับการปรับปรุงกฎหมายและกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการประกอบธุรกิจ เริ่มเห็นความคืบหน้า  หลังภาครัฐ ดัน 11 เรื่องที่พร้อมดำเนินการทันที พร้อมปลดล็อกกฎเกณฑ์ “นำผ่าน–ถ่ายลำ” และรถบรรทุกตู้ High Cube หวังลดต้นทุน เพิ่มความคล่องตัวทางการค้า ยกระดับไทยสู่ศูนย์กลางโลจิสติกส์ของภูมิภาค

หลังจากภาครัฐและภาคเอกชน ร่วมกันนำข้อเสนอเข้าสู่กลไกคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) โดยล่าสุดเริ่มเห็นความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรม ทั้งการจัดลำดับข้อเสนอที่สามารถดำเนินการได้ทันที และการปลดล็อกกฎระเบียบด้านการค้าและโลจิสติกส์ที่ภาคเอกชนผลักดันมาอย่างต่อเนื่อง

คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เห็นว่า แนวทางการทำงานของรัฐบาล โดยมี นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ขับเคลื่อน เป็นสัญญาณที่ดีของความร่วมมือระหว่างภาครัฐ-ภาคเอกชน ที่มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาที่สามารถดำเนินการและสร้างผลลัพธ์ได้จริง โดยเฉพาะการลดต้นทุน ลดขั้นตอน ลดอุปสรรคที่กระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจไทย

สำหรับความคืบหน้า ข้อเสนอปรับปรุงกฎหมายลำดับรองของ กกร. 58 เรื่อง ได้ถูกนำมาจัดลำดับเพื่อขับเคลื่อนอย่างเป็นระบบ โดยมี 11 เรื่องที่สามารถดำเนินการได้ทันทีหรืออยู่ระหว่างดำเนินการ ซึ่งจะเร่งผลักดันเป็นลำดับแรก ,อีก 21 เรื่องสามารถดำเนินการได้แต่ต้องประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และอีก 26 เรื่องจะศึกษาความเหมาะสมและผลกระทบเชิงนโยบายเพิ่มเติม

กกร. เห็นว่า หัวใจสำคัญไม่ใช่เพียงจำนวนกฎหมายที่ได้รับการทบทวน แต่คือการทำให้ข้อเสนอและปัญหาที่ภาคธุรกิจสะท้อนถูกนำไปสู่การแก้ไขจริง เพื่อให้ผู้ประกอบการสัมผัสได้ถึงผลลัพธ์ ทั้งการลดขั้นตอน ลดต้นทุน ลดความไม่แน่นอนจากการตีความกฎระเบียบ และเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจ

หนึ่งในตัวอย่างสำคัญ คือ การเห็นชอบหลักการปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับ การนำผ่าน (Transit) และการถ่ายลำ (Transshipment) ให้กฎหมายที่เกี่ยวข้องใช้ความหมายของคำว่า “นำผ่าน” ให้เป็นมาตรฐานเดียวกับกฎหมายศุลกากร ครอบคลุมทั้งการผ่านแดนและการถ่ายลำ พร้อมปรับมาตรการกำกับดูแลตามระดับความเสี่ยง โดยการดำเนินการที่มีความเสี่ยงต่ำสามารถเปลี่ยนจากระบบ “การอนุญาต” เป็น “การจดแจ้ง” ตามแนวทาง Risk-based Regulation

การปรับปรุงดังกล่าวจะช่วยลดความซ้ำซ้อนในการตีความ ลดการใช้ดุลพินิจที่ไม่จำเป็น เพิ่มความชัดเจนในการบังคับใช้กฎหมาย และเพิ่มความรวดเร็วในการเคลื่อนย้ายสินค้าผ่านท่าเรือและท่าอากาศยานของประเทศไทย ซึ่งจะช่วยเสริมศักยภาพของไทยในการเป็น ศูนย์กลางด้านการค้า การขนส่ง และโลจิสติกส์ของภูมิภาค

อีกหนึ่งความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรม คือ การเห็นชอบหลักการปรับปรุงข้อกำหนดความสูงของรถบรรทุกที่บรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 40 ฟุต แบบ High Cube จากเดิมไม่เกิน 4.2 เมตร เป็น 4.6 เมตรจากพื้นทาง เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานและการใช้งานในระดับสากล ช่วยลดข้อจำกัดในการขนส่ง เพิ่มประสิทธิภาพระบบโลจิสติกส์ และลดต้นทุนให้แก่ผู้ประกอบการ

กกร.มองว่า ทั้งสองกรณีเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่า การปรับปรุงกฎระเบียบแม้เป็นรายละเอียดในทางปฏิบัติ แต่สร้างผลกระทบโดยตรงต่อประสิทธิภาพและต้นทุนของภาคธุรกิจ หากสามารถขยายแนวทางดังกล่าวไปสู่กฎระเบียบด้านอื่นอย่างต่อเนื่อง จะช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการประกอบธุรกิจ,การลงทุน และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในระยะยาว


กกร. ระบุด้วยว่า ความสำเร็จของการปรับปรุงกฎหมายไม่ควรวัดเพียงจากจำนวนกฎหมายที่แก้ไข แต่ควรวัดจากต้นทุนและอุปสรรคที่ลดลง รวมถึงความรวดเร็วและความคล่องตัวในการประกอบธุรกิจที่เพิ่มขึ้น หากภาครัฐและภาคเอกชนสามารถร่วมกันเปลี่ยนข้อเสนอเหล่านี้ไปสู่การปฏิบัติได้อย่างต่อเนื่อง จะเป็นอีกกลไกสำคัญในการเพิ่มการลงทุน ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทย