วันที่ 11 สิงหาคม 2569 ครม.มีมติอนุมัติขยาย โครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ไปยังนักเรียนระดับ ม.1-ม.3 ในโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา ตั้งแต่ปีการศึกษา 2570 เพิ่มนักเรียนที่จะได้รับสิทธิอีก 582,947 คน จากเดิมที่โครงการครอบคลุมตั้งแต่ระดับก่อนประถมศึกษาถึง ป.6
รัฐบาลระบุว่า นอกจากช่วยเสริมโภชนาการและลดภาระครอบครัวแล้ว การขยายโครงการยังมีเป้าหมายเพิ่มการรับซื้อน้ำนมดิบ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรโคนมและบรรเทาปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาด
แต่คำถามสำคัญคือ เหตุใดที่ผ่านมาเกษตรกรโคนมไทยจึงยังเผชิญปัญหา น้ำนมดิบไม่มีตลาดรองรับ จนบางพื้นที่ต้องเทนมทิ้ง ขณะเดียวกันอุตสาหกรรมนมไทยยังต้องเผชิญการแข่งขันจากนมผงและผลิตภัณฑ์นมนำเข้า
ประเด็นนี้ยิ่งมีเหตุให้ภาครัฐต้องตรวจสอบอย่างจริงจัง เพราะเมื่อเดือนมีนาคม 2569 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เองได้ประกาศ คุมเข้มสกัดนมผงปลอมปนในโครงการนมโรงเรียน พร้อมกำหนดให้ตรวจสอบทั้งคุณภาพและฐานข้อมูลปริมาณน้ำนมดิบอย่างเข้มงวด และระบุว่าหากพบผู้ประกอบการมีพฤติกรรมไม่โปร่งใส อาจถูกตัดสิทธิจากโครงการทันที
ดังนั้น เมื่อรัฐบาลกำลังจะขยายโครงการไปถึง ม.3 สิ่งที่ควรดำเนินการควบคู่กันคือ ตรวจสอบแหล่งที่มาและคุณภาพของนมโรงเรียนทั่วประเทศอย่างละเอียด ว่าแต่ละโรงงานรับซื้อน้ำนมดิบจากเกษตรกรไทยจริงเท่าใด ปริมาณที่รับซื้อสัมพันธ์กับปริมาณนมโรงเรียนที่ผลิตหรือไม่ และมีการนำนมผงหรือวัตถุดิบอื่นเข้ามาปลอมปนหรือไม่
ทั้งนี้ ปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาดเพียงอย่างเดียวยังไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานยืนยันว่า นมโรงเรียนไม่ได้ผลิตจากน้ำนมดิบไทย เพราะยังมีปัจจัยเรื่องระบบจัดสรรสิทธิ การบริหารโควตา การรับซื้อ และตลาดนมประเภทอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง
แต่เมื่อเกษตรกรไทยมีน้ำนมดิบเหลือจนต้องเททิ้ง ขณะที่รัฐใช้งบประมาณจำนวนมากจัดซื้อนมให้เด็กทั่วประเทศ ก็ยิ่งมีเหตุผลที่หน่วยงานรับผิดชอบควร เปิดข้อมูลให้สังคมตรวจสอบตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายทาง ว่าน้ำนมดิบจากฟาร์มไทยเข้าสู่โครงการเท่าใด โรงงานแต่ละแห่งรับซื้อจากที่ใด และผลตรวจผลิตภัณฑ์เป็นอย่างไร
รัฐบาลขยายนมโรงเรียนถึง ม.3 ถือเป็นเรื่องดี แต่จะ “ดีให้สุด” ได้ก็ต่อเมื่อเด็กได้รับนมที่มีคุณภาพ ขณะเดียวกันเม็ดเงินจากโครงการต้องสามารถกลับไปช่วยสร้างตลาดให้น้ำนมดิบของเกษตรกรไทยได้จริง
เมื่อเด็กเพิ่มเข้าระบบอีกกว่า 5.8 แสนคน ความต้องการนมย่อมเพิ่มขึ้น จากนี้จึงต้องจับตาว่า การขยายโครงการจะช่วยหยุดปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาดและภาพเกษตรกรต้องเทผลผลิตทิ้งได้จริงหรือไม่
#NEWS1 รายงาน


