กลายเป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด หลัง **นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย หรือ มท.2** ยอมรับว่า จากการตรวจสอบในจังหวัดภูเก็ต **พบชาวอิสราเอลได้รับสัญชาติไทยและถือบัตรประชาชนไทยจริง** โดยบางรายได้รับสัญชาติมานานประมาณ 10 ปี และพบว่ามี **มากกว่า 1 ราย** ขณะนี้เตรียมตรวจสอบย้อนหลังว่ากระบวนการได้สัญชาติเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่
ประเด็นดังกล่าวถูกเปิดขึ้นระหว่างการขยายผลตรวจสอบธุรกิจต่างชาติในจังหวัดภูเก็ต หลัง มท.2 ลงพื้นที่ **ศูนย์ชาบัด ป่าตอง อ.กะทู้** เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคมที่ผ่านมา ก่อนสั่งเจ้าหน้าที่ขยายการตรวจสอบไปถึงโครงสร้างบริษัท ผู้ถือหุ้น และเส้นทางการเงิน
ผลการตรวจสอบเบื้องต้นสร้างความสนใจไม่น้อย เมื่อ มท.2 เปิดเผยว่า พบเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง **มากกว่า 100 บริษัท** มีรายได้ที่ตรวจสอบในปีที่ผ่านมารวมสูงกว่า **5,000 ล้านบาท** ประกอบธุรกิจหลากหลายประเภท ตั้งแต่รถเช่า ธุรกิจอำนวยความสะดวก ไปจนถึงธุรกิจท่องเที่ยว โดยเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบว่ามีบริษัทใดเข้าข่ายใช้คนไทยเป็นนอมินีหรือไม่
แต่จุดที่ทำให้เรื่องนี้น่าสนใจขึ้นไปอีก คือระหว่างตรวจสอบพบว่า มีทั้ง **คนไทยที่เข้าไปถือหุ้น และบุคคลชาวอิสราเอลที่ได้รับสัญชาติไทยแล้ว** เข้าไปเกี่ยวข้องกับโครงสร้างธุรกิจที่กำลังถูกตรวจสอบ
มท.2 ยืนยันว่า บุคคลที่ถูกตั้งข้อสังเกต **ได้สัญชาติไทยจริง** และจากข้อมูลเบื้องต้นได้รับมาประมาณ 10 ปีแล้ว ซึ่งในเวลานั้นน่าจะมีเอกสารประกอบการพิจารณาตามขั้นตอน แต่เมื่อวันนี้เกิดข้อสงสัยขึ้น กระทรวงมหาดไทยจึงต้องย้อนกลับไปตรวจสอบอีกครั้งว่า **ได้สัญชาติด้วยช่องทางใด มีคุณสมบัติอย่างไร และทุกขั้นตอนถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่**
ที่สำคัญ เมื่อถูกถามว่าพบเพียงคนเดียวหรือไม่ มท.2 ยอมรับว่า **มีมากกว่า 1 คน** แต่ยังไม่เปิดเผยจำนวนและรายชื่อ เนื่องจากอยู่ระหว่างการตรวจสอบ
อย่างไรก็ตาม ต้องแยกประเด็นให้ชัดว่า **การที่ชาวต่างชาติได้รับสัญชาติไทยไม่ได้หมายความว่ามีความผิด** เพราะกฎหมายไทยเปิดช่องให้คนต่างด้าวสามารถขอแปลงสัญชาติเป็นไทยได้ หากมีคุณสมบัติและผ่านกระบวนการตามกฎหมาย
เช่นเดียวกับการมีชื่อเกี่ยวข้องกับบริษัทที่กำลังถูกตรวจสอบ ก็ยัง **ไม่ได้หมายความว่าบุคคลหรือบริษัทนั้นเป็นนอมินีหรือกระทำผิดแล้ว** จนกว่าการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่จะได้ข้อยุติ
สิ่งที่ มท.2 กำลังขยายผลจึงมีอย่างน้อย 2 เรื่องใหญ่ คือ **ที่มาของสัญชาติไทยของบุคคลที่ถูกตรวจสอบ** และ **เส้นทางเงินกับโครงสร้างการถือหุ้นของเครือข่ายบริษัทในภูเก็ต**
นายพลพีร์ระบุด้วยว่า หากตรวจสอบพบว่าคนไทยที่เข้าไปถือหุ้นหรืออำนวยความสะดวก นำเงินทุนมาจากต่างชาติและเข้าข่ายเป็นนอมินี ก็จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเต็มที่ แม้บุคคลต่างชาติบางรายจะได้รับสัญชาติไทยไปแล้วก็ตาม
ดังนั้น เรื่องนี้จึงเดินมาไกลกว่าคำถามว่า **“มีชาวอิสราเอลถือบัตรประชาชนไทยจริงหรือไม่”** เพราะวันนี้ มท.2 ยอมรับแล้วว่า **ตรวจพบจริง และมีมากกว่า 1 ราย**
จากนี้สิ่งที่ต้องจับตาคือ **สัญชาติไทยเหล่านั้นได้มาอย่างถูกต้องหรือไม่ และบุคคลที่ได้รับสัญชาติไทยมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายธุรกิจกว่า 100 บริษัท เงินหมุนเวียนกว่า 5,000 ล้านบาทในภูเก็ตอย่างไร**
คำตอบจากการตรวจสอบครั้งนี้ อาจทำให้เห็นภาพชัดขึ้นว่า ปัญหาธุรกิจต่างชาติในเมืองท่องเที่ยวอย่างภูเก็ต **ลึกไปถึงระดับไหนกันแน่**
#NEWS1 รายงาน


