ภายหลังมีคลิปเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ติดตามรถของบริษัทไฟแนนซ์เข้าทวงคืนรถจากผู้เช่าซื้อที่ค้างชำระหลายงวด ซึ่งถูกนำเสนอในรายการข่าวและได้รับความสนใจในโลกออนไลน์ ล่าสุด **ดีเลิศ อ้อวิจิตร (ทนายดีเลิศ)** ได้แสดงความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊ก โดยตั้งข้อสังเกตว่า ผู้เช่าซื้อทั้งสองสามีภรรยามีพฤติกรรมคล้ายกับแนวทางที่ตนเคยเผยแพร่ไว้ก่อนหน้านี้
ทนายดีเลิศ ระบุว่า แม้รถที่ทำสัญญาเช่าซื้อจะยังเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทไฟแนนซ์ แต่หากยังไม่มีคำพิพากษาหรือคำสั่งศาล ผู้เช่าซื้อมีสิทธิไม่ยินยอมให้เจ้าหน้าที่นำรถออกไปได้ และข้อพิพาทดังกล่าวเป็นคดีแพ่ง ไม่ใช่คดีอาญา
เจ้าตัวยังกล่าวว่า จากคลิปที่ปรากฏ ผู้เช่าซื้อทำตามแนวทางที่ตนเคยแนะนำไว้เกือบทั้งหมด ได้แก่ **นั่งอยู่ในรถไม่ให้เจ้าหน้าที่ยึดรถ, ไม่เดินทางไปสถานีตำรวจตามคำขอ และขับรถออกจากพื้นที่** พร้อมกล่าวเชิงหยอกล้อว่า เหลือเพียงข้อเดียวที่ไม่ได้ทำตามคำพูดของตน ซึ่งเป็นการพูดในลักษณะประชดประชัน ไม่ใช่คำแนะนำให้ใช้ความรุนแรง
ทนายดีเลิศ ย้ำว่า หากบริษัทไฟแนนซ์ต้องการนำรถกลับคืน ควรดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมาย โดยยื่นฟ้องต่อศาลแพ่ง เมื่อศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งแล้ว จึงเข้าสู่ขั้นตอนการบังคับคดีตามกฎหมายต่อไป พร้อมแนะนำให้ผู้เช่าซื้อศึกษาสิทธิของตนเอง และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายก่อนตัดสินใจดำเนินการในแต่ละกรณี
#NEWS1 รายงาน


