รัฐบาลเมียนมาเดินหน้ายกระดับการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์อย่างจริงจัง หลังรัฐสภาที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทัพ มีมติผ่านกฎหมาย ต่อต้านการหลอกลวงทางออนไลน์ ฉบับใหม่ กำหนดบทลงโทษที่เข้มงวดที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยเปิดทางให้ลงโทษ ประหารชีวิต กับผู้ที่ใช้ความรุนแรง ลักพาตัว กักขัง หรือบังคับเหยื่อให้ทำงานในศูนย์แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ขณะที่ผู้บริหารหรือผู้ดำเนินการศูนย์หลอกลวงออนไลน์ในคดีร้ายแรง อาจถูกลงโทษ จำคุกตลอดชีวิต
กฎหมายฉบับนี้ยังขยายความผิดไปถึงผู้สนับสนุนเครือข่ายอาชญากรรม ไม่ว่าจะเป็นผู้จัดหาอุปกรณ์ ระบบสื่อสาร ซอฟต์แวร์ บัญชีการเงิน หรือผู้ร่วมฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับขบวนการหลอกลวงออนไลน์ รวมถึงให้อำนาจเจ้าหน้าที่สั่งปิดกั้นเว็บไซต์ ระบบสื่อสาร และเส้นทางการเงินที่ใช้ก่ออาชญากรรมไซเบอร์ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
การออกกฎหมายครั้งนี้มีขึ้นหลังเมียนมาตกอยู่ภายใต้แรงกดดันจากหลายประเทศในภูมิภาค โดยเฉพาะไทยและจีน ซึ่งได้รับผลกระทบจากเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ตั้งฐานปฏิบัติการตามแนวชายแดน และมีการหลอกลวงคนจากหลายประเทศไปกักขัง บังคับให้ทำงานหลอกลวงผ่านโทรศัพท์และแพลตฟอร์มออนไลน์ หากขัดขืนมักถูกทำร้ายร่างกายหรือทรมาน
แม้หลายฝ่ายมองว่ากฎหมายฉบับใหม่สะท้อนท่าทีแข็งกร้าวของรัฐบาลเมียนมาในการจัดการกับอาชญากรรมไซเบอร์ แต่ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ความสำเร็จจะขึ้นอยู่กับการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง และความสามารถในการเข้าควบคุมพื้นที่ชายแดน ซึ่งเป็นฐานสำคัญของเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในปัจจุบัน
#NEWS1 รายงาน


