ภาพการปรากฏตัวร่วมกันของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายเนวิน ชิดชอบ และนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ หรือที่หลายคนเรียกกันแบบสั้น ๆ ว่า "2 น. 1 พ." พร้อมข้อความ "สัมพันธ์ #นนพ ร้าวฉานปาน Crème Brûlée" ถูกมองว่าเป็นการส่งสารทางการเมืองเพื่อตอบโต้กระแสข่าวร้าวที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม หลังภาพดังกล่าวเผยแพร่ออกไป กระแสข่าวร้าวกลับไม่ได้ยุติลง แต่ยังมีการวิพากษ์วิจารณ์และตั้งข้อสังเกตอย่างต่อเนื่องในโลกออนไลน์ จนเกิดคำถามว่า เหตุใดการปรากฏตัวร่วมกันจึงยังไม่สามารถเปลี่ยนความเชื่อของประชาชนบางส่วนได้
หากมองผ่านหลักจิตวิทยาการสื่อสาร คำตอบอาจไม่ได้อยู่ที่ "ภาพ" แต่อยู่ที่ "เหตุผลของการสื่อสาร" เพราะผู้รับสารจำนวนไม่น้อยไม่ได้มองเพียงว่าใครอยู่ในภาพ แต่ตั้งคำถามต่อว่า เหตุใดจึงต้องเลือกออกมาสื่อสารในช่วงเวลานี้
ในทางจิตวิทยา มีแนวคิดที่เรียกว่า Psychological Reactance หรือการที่ผู้รับสารรู้สึกว่ากำลังถูกชี้นำให้เชื่อบางอย่าง จึงเกิดแรงต้านและพยายามค้นหาคำอธิบายอีกด้านหนึ่ง ขณะเดียวกัน แนวคิดเรื่อง Confirmation Bias ก็อธิบายได้ว่า หากผู้คนมีความเชื่อเดิมอยู่แล้วว่าความสัมพันธ์อาจมีปัญหา พวกเขามักตีความข้อมูลใหม่ให้สอดคล้องกับความเชื่อเดิม มากกว่าจะเปลี่ยนความคิดจากภาพเพียงภาพเดียว
จึงเกิดคำถามที่ถูกพูดถึงในโลกออนไลน์ว่า หากทุกอย่างเป็นปกติจริง การถ่ายภาพร่วมกันเพื่อยืนยันความสัมพันธ์ยังจำเป็นหรือไม่ เพราะโดยธรรมชาติแล้ว ความสัมพันธ์ที่มั่นคงมักไม่ได้รู้สึกว่าต้องพิสูจน์ตัวเองต่อสาธารณะอยู่ตลอดเวลา
อย่างไรก็ตาม ข้อสังเกตดังกล่าว ไม่สามารถใช้เป็นข้อพิสูจน์ว่ามีความขัดแย้งเกิดขึ้นจริง เพราะในอีกด้านหนึ่ง การเมืองเป็นเรื่องของการสื่อสาร การปรากฏตัวร่วมกันอาจมีเป้าหมายเพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้สนับสนุน นักลงทุน หรือพรรคร่วมรัฐบาล และถือเป็นกลยุทธ์ที่พบเห็นได้ทั่วไปในหลายประเทศ
สิ่งที่น่าสนใจจึงไม่ใช่ว่า ภาพนี้พิสูจน์ได้ว่ารักกันหรือไม่รักกัน แต่คือ เหตุใดภาพที่ตั้งใจจะยุติข้อสงสัย กลับทำให้เกิดการตีความและตั้งคำถามมากขึ้นกว่าเดิม
ท้ายที่สุดแล้ว คำตอบคงไม่ได้อยู่ที่ภาพถ่ายเพียงภาพเดียว แต่อยู่ที่พฤติกรรม การตัดสินใจ และการทำงานร่วมกันของบุคคลทั้งสามในระยะต่อไป เพราะสำหรับประชาชนจำนวนไม่น้อย การกระทำมักมีน้ำหนักมากกว่าภาพที่ถูกเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์
#NEWS1 วิเคราะห์


