xs
xsm
sm
md
lg

ผงะ! "พ่อไทยทิพย์" ทำกันนับทศวรรษ เด็กสวมสิทธิ์โตเป็นหนุ่มสาว ถือสัญชาติไทยเพียบ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



คดี "พ่อไทยทิพย์–แม่ทิพย์" กำลังขยายผลจากการดำเนินคดีอาญาไปสู่การตรวจสอบระบบทะเบียนราษฎรและการออกสูติบัตรของประเทศ หลังหน่วยงานรัฐและคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรต่างเร่งตรวจสอบเครือข่ายที่ถูกกล่าวหาว่าใช้ชายไทยรับรองบุตรของหญิงต่างชาติ เพื่อให้เด็กได้รับสัญชาติไทยโดยมิชอบ ก่อนนำสิทธิความเป็นคนไทยไปใช้ทำธุรกรรมและถือครองทรัพย์สิน

ก่อนหน้านี้ กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครอง เปิดปฏิบัติการปราบปรามขบวนการดังกล่าว พร้อมขยายผลไปยังโรงพยาบาลที่อาจเกี่ยวข้อง หลังพบพฤติการณ์รับรองบุตรโดยมิชอบในหลายกรณี และอยู่ระหว่างตรวจสอบเครือข่ายเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน นายเอกภพ สิทธิวรรณธนะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะกรรมาธิการการสาธารณสุข เปิดเผยผลการประชุมกรรมาธิการว่า ปัญหา "พ่อไทยทิพย์" อาจเป็นเพียง "ยอดภูเขาน้ำแข็ง" พร้อมระบุว่า กรมการปกครองตรวจสอบย้อนหลังในพื้นที่กรุงเทพมหานคร พบผู้มีพฤติการณ์เข้าข่ายต้องสงสัยมากกว่า 500 ครอบครัวในช่วงประมาณ 10 ปีที่ผ่านมา และหากขยายผลทั่วประเทศ ตัวเลขอาจสูงกว่านี้ อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และยังไม่มีการประกาศรับรองอย่างเป็นทางการจากรัฐบาล

กรรมาธิการยังตั้งข้อสังเกตว่า หากขบวนการสามารถออกสูติบัตรและจดทะเบียนเกิดได้สำเร็จ เด็กที่ได้รับสัญชาติไทยโดยมิชอบอาจเติบโตเป็นผู้ใหญ่ สามารถทำบัตรประชาชน เปิดบัญชีธนาคาร ถือครองทรัพย์สิน ซื้อที่ดิน หรือใช้สิทธิในฐานะพลเมืองไทยได้ ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของระบบทะเบียนราษฎร และอาจเชื่อมโยงกับการฟอกเงิน การใช้นอมินี หรืออาชญากรรมข้ามชาติ หากมีการนำสถานะคนไทยไปใช้ในทางมิชอบ

จากการประชุมกรรมาธิการ มีการเสนอให้เร่งอุดช่องโหว่ของระบบอย่างน้อย 4 ประเด็น ได้แก่ การเชื่อมโยงข้อมูลแจ้งเกิดระหว่างโรงพยาบาลกับสำนักทะเบียนแบบดิจิทัล การเพิ่มโทษกรณีออกเอกสารแจ้งเกิดอันเป็นเท็จ การกำหนดมาตรฐานข้อมูลสุขภาพเดียวกันทั้งภาครัฐและเอกชน และการปรับปรุงกระบวนการตรวจพิสูจน์ความสัมพันธ์ทางสายเลือดในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัย

นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอให้แก้ไขกฎหมายสำคัญ 3 ฉบับ ได้แก่ พระราชบัญญัติสถานพยาบาล พระราชบัญญัติระบบสุขภาพดิจิทัล และพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร เพื่อเชื่อมโยงฐานข้อมูลระหว่างหน่วยงาน ป้องกันการปลอมแปลงเอกสาร และเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบในอนาคต

ด้านรัฐบาลได้ยกระดับมาตรการป้องกันแล้ว โดยกระทรวงมหาดไทยสั่งให้สำนักทะเบียนทั่วประเทศเพิ่มความเข้มงวดในการรับแจ้งเกิด โดยเฉพาะกรณีที่บิดาหรือมารดาเป็นชาวต่างชาติ ต้องมาแสดงตนต่อหน้าเจ้าพนักงานทะเบียน พร้อมตรวจสอบเอกสารและพยานหลักฐานอย่างละเอียด เพื่อป้องกันการสวมสิทธิ์สัญชาติไทยตั้งแต่ต้นทาง

อย่างไรก็ตาม หลายประเด็นที่กรรมาธิการนำเสนอ เช่น จำนวนครอบครัวต้องสงสัยทั่วประเทศ ความเชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรรม หรือผลกระทบด้านการฟอกเงิน ยังอยู่ระหว่างการสืบสวนของหน่วยงานรัฐ และยังไม่มีข้อสรุปอย่างเป็นทางการ จึงต้องรอผลการตรวจสอบและการดำเนินคดีต่อไป

NEWS1 รายงาน