คุณแม่รายหนึ่งออกมาโพสต์ขอคำปรึกษาในกลุ่มกฎหมาย หลังเผชิญปัญหากับอดีตนายจ้าง โดยระบุว่า ลูกป่วยจนจำเป็นต้องพาไปพบแพทย์ แม้จะแจ้งขอลางานล่วงหน้าแล้ว แต่กลับไม่ได้รับอนุญาตให้ลา
ผู้โพสต์เล่าว่า ด้วยความจำเป็นจึงตัดสินใจพาลูกไปโรงพยาบาล ก่อนจะถูกนายจ้างเลิกจ้างในเวลาต่อมา อีกทั้งยังไม่ได้รับค่าจ้างที่ค้างอยู่จำนวน 3,500 บาท ซึ่งเป็นเงินที่ต้องนำมาใช้ประทังชีวิต ทำให้ต้องยื่นเรื่องร้องเรียนต่อกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เพื่อขอความเป็นธรรม โดยมีกำหนดนัดไกล่เกลี่ยในเดือนหน้า
อย่างไรก็ตาม เรื่องยังไม่จบ เมื่อนายจ้างส่งข้อความแจ้งว่า ห้างสรรพสินค้าได้เรียกเก็บค่าปรับจำนวน 2,000 บาท เนื่องจากร้านไม่มีพนักงานไปเปิดร้านในวันที่ผู้โพสต์หยุดงาน พร้อมเรียกร้องให้ผู้โพสต์เป็นผู้รับผิดชอบค่าปรับดังกล่าว
จากภาพแชตที่ถูกนำมาเผยแพร่ นายจ้างยังระบุว่า หากไม่ชำระเงินภายในวันเดียวกัน จะเข้าแจ้งความดำเนินคดีอาญา พร้อมเตือนว่าไม่อยากให้เสียประวัติ ขณะที่ผู้โพสต์ตอบกลับว่า ตนเองยังไม่ได้รับค่าจ้างที่นายจ้างค้างจ่าย และได้ดำเนินการฟ้องร้องผ่านกรมแรงงานแล้ว
หลังโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป มีชาวเน็ตจำนวนมากเข้าไปแสดงความคิดเห็น พร้อมให้กำลังใจคุณแม่รายนี้ และแนะนำว่า ควรรอการพิจารณาของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานก่อน เนื่องจากข้อพิพาทระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างต้องได้รับการวินิจฉัยตามกระบวนการกฎหมาย โดยหลายคนยังตั้งข้อสังเกตว่า การขู่ว่าจะดำเนินคดีอาญา ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถดำเนินคดีได้โดยอัตโนมัติ แต่ต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายเป็นสำคัญ
ขณะนี้ กรณีดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการดำเนินการของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน และยังไม่มีข้อยุติหรือคำวินิจฉัยอย่างเป็นทางการ
NEWS1 รายงาน


