ดร.ชัย อภินันท์ อดีตปลัดอำเภอและข้าราชการบำนาญ ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อมาตรการ เออรี่รีไทร์ข้าราชการ ที่อยู่ระหว่างการเปิดรับฟังความคิดเห็นของรัฐบาล โดยมองว่า เงินชดเชยในอัตรา 8–12 เท่าของเงินเดือน ยังไม่มากพอที่จะจูงใจให้ข้าราชการตัดสินใจลาออกจากระบบราชการ
ดร.ชัย ระบุว่า จากการติดตามความคิดเห็นในสื่อสังคมออนไลน์ พบว่าผู้แสดงความคิดเห็นจำนวนมากมองไปในทิศทางเดียวกันว่า หากรัฐบาลต้องการให้โครงการประสบความสำเร็จ ควรเพิ่มแรงจูงใจมากกว่านี้ เพราะเงินชดเชยเพียง 8–12 เท่าของเงินเดือน อาจไม่เพียงพอต่อการเริ่มต้นชีวิตใหม่หลังออกจากราชการ
พร้อมยกตัวอย่างว่า หากข้าราชการมีเงินเดือน 50,000 บาท แม้จะได้รับเงินชดเชยสูงสุด 12 เท่า ก็จะได้รับประมาณ 600,000 บาท ซึ่งอาจใช้หมดได้ในเวลาไม่นาน แต่หากเพิ่มเป็น 50 เท่าของเงินเดือน หรือประมาณ 2.5 ล้านบาท จะเป็นแรงจูงใจที่มากพอ และเชื่อว่าจะมีข้าราชการจำนวนมากตัดสินใจเข้าร่วมโครงการ
สำหรับหลักเกณฑ์เบื้องต้นของโครงการ แบ่งผู้มีสิทธิเข้าร่วมออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ ผู้มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ที่รับราชการมาแล้วไม่น้อยกว่า 25 ปี และเหลืออายุราชการอย่างน้อย 2 ปี ส่วนอีกกลุ่มคือผู้มีอายุ 40–49 ปี ซึ่งต้องรับราชการมาแล้วไม่น้อยกว่า 10 ปี
ดร.ชัย ยังมองว่า ข้าราชการจำนวนไม่น้อยอาจต้องการเปลี่ยนเส้นทางชีวิต ต้องการมีเวลาเป็นของตนเอง หรือประกอบอาชีพอิสระ แต่การตัดสินใจดังกล่าวจำเป็นต้องมีแรงจูงใจด้านการเงินที่เพียงพอ พร้อมเสนอให้รัฐบาลนำข้อเสนอจากประชาชนไปพิจารณาในช่วงเปิดรับฟังความคิดเห็น เพื่อให้มาตรการสามารถดึงดูดผู้เข้าร่วมได้จริง และช่วยลดขนาดระบบราชการตามเป้าหมายที่วางไว้
ทั้งนี้ ความเห็นดังกล่าวเป็น มุมมองส่วนบุคคลของ ดร.ชัย อภินันท์ ต่อร่างมาตรการที่ยังอยู่ในขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน โดยรัฐบาลยังไม่ได้มีการประกาศปรับเปลี่ยนเงื่อนไขหรืออัตราเงินชดเชยแต่อย่างใด
#NEWS1 รายงาน


