ในการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ของสภาผู้แทนราษฎร นายวีระ ธีระภัทรานนท์ ในฐานะกรรมาธิการ ได้อภิปรายแสดงความกังวลต่อฐานะทางการเงินขององค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า สถานะขององค์กรอาจเข้าข่าย "ล้มละลายทางบัญชี" หลังหนี้สินสูงกว่าสินทรัพย์
นายวีระอ้างอิงงบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบ โดยระบุว่า ณ สิ้นปีงบประมาณ อ.ต.ก. มีผลขาดทุนสะสม 1,414 ล้านบาท ขณะที่มีหนี้สินรวมประมาณ 9,512 ล้านบาท แต่มีสินทรัพย์รวมเพียงประมาณ 8,371 ล้านบาท ส่งผลให้หนี้สินสูงกว่าสินทรัพย์ และทำให้เงินกองทุนติดลบ
นอกจากนี้ นายวีระยังเปิดเผยข้อมูลจากแผนวิสาหกิจฉบับทบทวนปี 2568 โดยระบุว่า อ.ต.ก. คาดว่าจะยังขาดทุนต่อเนื่อง ทั้งปี 2568 และปี 2569 โดยปี 2568 คาดขาดทุน 84 ล้านบาท ส่วนปี 2567 ขาดทุน 65 ล้านบาท สะท้อนว่าปัญหาการดำเนินงานยังไม่มีแนวโน้มฟื้นตัว
นายวีระยังตั้งข้อสังเกตว่า แม้ อ.ต.ก. จะมีรายได้จากค่าเช่าแผงค้าประมาณ 135 ล้านบาทต่อปี แต่รายได้ดังกล่าวยังไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร ซึ่งมีพนักงานประมาณ 220 คน และมีค่าใช้จ่ายเฉพาะเงินเดือนและสวัสดิการรวมกว่า 126 ล้านบาทต่อปี
อีกประเด็นที่สร้างความกังวล คือ ภาระค่าเช่าพื้นที่ตลาด อ.ต.ก. กรุงเทพฯ จากการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งมีมูลค่าภาระผูกพันกว่า 1,312 ล้านบาท และมีการขอผ่อนชำระเป็นงวด เนื่องจากประสบปัญหาทางการเงิน
นอกจากนี้ นายวีระยังขอให้ อ.ต.ก. ส่งข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ คดีความที่ถูกฟ้องร้องจำนวน 24 คดี รวมทุนทรัพย์ประมาณ 337 ล้านบาท เพื่อให้คณะกรรมาธิการตรวจสอบว่าเป็นคดีเกี่ยวกับเรื่องใด และอยู่ในขั้นตอนใดของกระบวนการยุติธรรม
อย่างไรก็ตาม การใช้คำว่า "ล้มละลาย" ในการอภิปรายครั้งนี้ เป็นข้อสังเกตของนายวีระที่อธิบายถึงสภาพฐานะทางบัญชีจากตัวเลขหนี้สินที่สูงกว่าสินทรัพย์ ไม่ได้หมายความว่า อ.ต.ก. ถูกศาลมีคำพิพากษาให้ล้มละลายตามกฎหมาย เนื่องจาก อ.ต.ก. เป็นรัฐวิสาหกิจที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย และสถานะทางกฎหมายแตกต่างจากนิติบุคคลเอกชน
ประเด็นดังกล่าวจึงกลายเป็นอีกหนึ่งคำถามสำคัญต่อการบริหารรัฐวิสาหกิจ ว่าแผนฟื้นฟูกิจการของ อ.ต.ก. จะสามารถพลิกสถานการณ์ได้หรือไม่ หรือท้ายที่สุดแล้ว องค์กรที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2517 จะเหลือเพียงชื่อในหน้าประวัติศาสตร์ หากไม่สามารถแก้ไขปัญหาฐานะการเงินที่สะสมมาอย่างต่อเนื่องได้
#NEWS1 รายงาน


