ประเด็นการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐกลับมาเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อีกครั้ง หลัง วีระ ธีระภัทรานนท์ แสดงความคิดเห็นในรายการ คุยให้คิด ทาง Thai PBS ถึงแนวทางการกำหนดสเปกของโครงการภาครัฐ โดยตั้งข้อสังเกตว่า จากประสบการณ์การติดตามงบประมาณในฐานะกรรมาธิการที่ผ่านมา สเปกของงานหรืออุปกรณ์ที่จัดซื้อหลายโครงการมักถูกกำหนดไว้ในระดับต่ำกว่ามาตรฐาน
อาจารย์วีระกล่าวว่า หากสเปกเป็นไปตามมาตรฐานจริง โอกาสที่จะเกิด "ส่วนต่าง" ก็จะน้อยลง พร้อมย้ำว่าหลายโครงการที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้าง เช่น ถนน เขื่อน หรือโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ นอกจากสเปกที่กำหนดจะต่ำแล้ว งานที่ก่อสร้างจริงยังอาจต่ำกว่าสเปกที่กำหนดไว้อีก จึงเป็นเรื่องที่หน่วยงานตรวจสอบควรให้ความสำคัญ
นอกจากนี้ อาจารย์วีระยังหยิบยกกรณีโครงการ TH-AI Passport ซึ่งมีวงเงินประมาณ 1,600 ล้านบาท มาตั้งคำถามถึงความคุ้มค่า โดยตั้งข้อสังเกตถึงวิธีการคำนวณจำนวนผู้ใช้เป้าหมาย 5 ล้านคน รวมถึงงบประมาณด้านการประชาสัมพันธ์ที่มีการตั้งไว้จำนวนมาก พร้อมตั้งคำถามว่า ตัวเลขและรายละเอียดต่าง ๆ มีที่มาที่ไปอย่างไร
ในช่วงหนึ่งของรายการ ยังมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นถึงการผลักดันโครงการขนาดใหญ่หลายโครงการในช่วงหลังการจัดตั้งรัฐบาล โดยอาจารย์วีระและผู้ร่วมรายการตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดจึงมีความเร่งรีบในการเดินหน้าโครงการบางประเภท และเห็นว่าควรเปิดเผยข้อมูลทั้งหมดให้ประชาชนสามารถตรวจสอบได้
อย่างไรก็ตาม ข้อคิดเห็นดังกล่าวเป็นการตั้งข้อสังเกตและการวิเคราะห์ของผู้ร่วมรายการ ยังไม่ใช่ข้อสรุปว่ามีการกระทำผิดเกิดขึ้นจริงในโครงการใดโครงการหนึ่ง การพิสูจน์ข้อเท็จจริงยังเป็นหน้าที่ของหน่วยงานตรวจสอบที่เกี่ยวข้อง
ประเด็นนี้จึงสะท้อนคำถามสำคัญที่สังคมต้องการคำตอบ คือ หากการกำหนดสเปกโครงการของรัฐต่ำกว่ามาตรฐานจริง จนนำไปสู่การเกิด "ส่วนต่าง" อย่างที่มีการตั้งข้อสังเกต ผู้ที่ได้รับประโยชน์จากส่วนต่างดังกล่าวคือใคร และระบบจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐมีมาตรการป้องกันและตรวจสอบเพียงพอหรือไม่
#NEWS1 รายงาน


