xs
xsm
sm
md
lg

ไทกรฟาดตรงแทนคนไทยทั้งชาติ กลุ่มแบ่งแยกดินแดนไม่ใช่คนคิดต่าง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



นายไทกร พลสุวรรณ แสดงความคิดเห็นกรณีสถานการณ์ความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยยืนยันว่า กลุ่มติดอาวุธที่มีเป้าหมายแบ่งแยกดินแดนไม่ควรถูกเรียกว่า “ผู้เห็นต่าง” เพราะไม่ได้เป็นเพียงความแตกต่างทางความคิด แต่เป็นขบวนการนอกกฎหมายที่ใช้กำลังและความรุนแรงเพื่อบรรลุเป้าหมายทางการเมือง

นายไทกรกล่าวว่า กลุ่มที่ต้องการแยกจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส รวมถึงบางอำเภอของจังหวัดสงขลา ออกจากประเทศไทย เพื่อนำไปจัดตั้งเป็นรัฐหรือประเทศใหม่ ไม่อาจถูกจัดอยู่ในความหมายเดียวกับประชาชนที่มีความคิดเห็นแตกต่างจากรัฐบาลได้

“คนที่ต้องการแบ่งเอาดินแดนของประเทศไทยไปตั้งเป็นประเทศของตัวเอง จะเรียกว่าเป็นผู้เห็นต่างได้อย่างไร” นายไทกรกล่าว

ความเห็นดังกล่าวเกิดขึ้นหลังมีการวิพากษ์วิจารณ์คำให้สัมภาษณ์ของ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งตอบคำถามสื่อเกี่ยวกับถ้อยแถลงของฝ่ายกองทัพบก ภายหลังเหตุโจมตีฐานปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ตันหยงมัส ส่งผลให้ทหารพรานเสียชีวิตและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ

ก่อนหน้านั้น พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และประกาศว่า เจ้าหน้าที่จะเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี พร้อมเตือนผู้ที่ให้ความช่วยเหลือหรือให้ที่หลบซ่อนว่า จะต้องถูกตรวจสอบตามกฎหมายเช่นเดียวกัน

นายไทกรระบุว่า ถ้อยคำของเสนาธิการทหารบกที่ประกาศจะติดตามผู้ก่อเหตุมาลงโทษ สอดคล้องกับความรู้สึกของประชาชนจำนวนมาก ซึ่งต้องการเห็นรัฐบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังต่อผู้ที่ก่อเหตุรุนแรง ทำร้ายเจ้าหน้าที่และประชาชนผู้บริสุทธิ์

อย่างไรก็ตาม เมื่อรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมถูกนักข่าวสอบถามถึงเรื่องดังกล่าว กลับตอบในทำนองว่าไม่ควรใช้คำว่า “ไล่ล่าคนไทยที่มีความเห็นแตกต่าง” และควรใช้แนวทางพูดคุย เนื่องจากรัฐบาลมีกระบวนการพูดคุยสันติภาพอยู่แล้ว จนนำไปสู่กระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก

นายไทกรยอมรับว่า คำตอบดังกล่าวทำให้ประชาชนรู้สึกว่า ฝ่ายการเมืองและกองทัพกำลังสื่อสารกันคนละทิศทาง โดยเปรียบว่าเป็นการ “ร้องเพลงคนละคีย์” จนทำให้ทั้งทหารและประชาชนฟังแล้วไม่สบายใจ

อย่างไรก็ตาม เขาเห็นว่าควรให้ความเป็นธรรมแก่รัฐมนตรีด้วย เนื่องจากขณะเกิดกระแสข่าว รัฐมนตรีกำลังประชุมสภากลาโหม และอาจยังไม่ได้รับรายงานรายละเอียดคำให้สัมภาษณ์ของเสนาธิการทหารบกอย่างครบถ้วน ก่อนถูกนักข่าวตั้งคำถามทันทีหลังเสร็จสิ้นการประชุม

นายไทกรจึงวิจารณ์ไปถึงคณะทำงานและเจ้าหน้าที่ใกล้ชิดรัฐมนตรีว่า ควรติดตามสถานการณ์ข่าวสารและเตรียมข้อมูลสำคัญให้ผู้บังคับบัญชาก่อนออกมาให้สัมภาษณ์ โดยเฉพาะประเด็นที่กำลังเป็นกระแสและส่งผลต่อความรู้สึกของประชาชนในวงกว้าง

“รัฐมนตรีไม่สามารถรู้ได้ทุกเรื่อง แต่ทีมงานต้องอ่านสถานการณ์ออก ต้องรู้ว่าประเด็นใดกำลังเป็นเรื่องใหญ่ และต้องรายงานให้รัฐมนตรีทราบก่อนที่จะออกมาพบสื่อ” นายไทกรกล่าว

เขายังเห็นว่า การชี้แจงภายหลังของฝ่ายรัฐมนตรีไม่สามารถคลี่คลายกระแสวิจารณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และอาจยิ่งทำให้สังคมเกิดความสับสนว่ารัฐบาลมีท่าทีอย่างไรต่อกลุ่มติดอาวุธที่ก่อเหตุรุนแรง

นายไทกรย้ำว่า การเปิดช่องทางพูดคุยเพื่อสันติภาพสามารถดำเนินการควบคู่กันได้ แต่ต้องแยกออกจากการบังคับใช้กฎหมายต่อผู้ที่มีส่วนร่วมในการก่อเหตุ ใช้อาวุธ และทำร้ายประชาชน เพราะบุคคลกลุ่มนี้ต้องถูกติดตามจับกุมและดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรม

ทั้งนี้ เขาระบุด้วยว่า ประชาชนชาวไทยมุสลิมส่วนใหญ่ในพื้นที่ไม่ได้สนับสนุนการใช้ความรุนแรงหรือการแบ่งแยกดินแดน และได้รับผลกระทบจากสถานการณ์เช่นเดียวกับประชาชนกลุ่มอื่น จึงไม่ควรเหมารวมประชาชนในพื้นที่เข้ากับกลุ่มผู้ก่อเหตุ

นายไทกรทิ้งท้ายว่า รัฐบาลและกองทัพจำเป็นต้องสื่อสารให้ชัดเจนตรงกันว่า ผู้มีความคิดเห็นทางการเมืองแตกต่างย่อมมีสิทธิแสดงออกภายใต้กฎหมาย แต่ผู้ที่ใช้อาวุธก่อเหตุรุนแรงและมุ่งแบ่งแยกดินแดน ต้องถูกดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

#NEWS1 รายงาน