น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ในฐานะกรรมาธิการ ติดตามความคืบหน้าการตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport มูลค่าประมาณ 1,600 ล้านบาท โดยระบุว่า ได้ขอเอกสารสำคัญของโครงการจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) หลายครั้ง แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับเอกสารตามที่ร้องขอ
น.ส.รักชนก กล่าวว่า สิ่งที่กรรมาธิการต้องการคือเอกสาร TOR หลักเกณฑ์การให้คะแนน และคะแนนของผู้เข้าร่วมประกวดราคา เพื่อใช้ตรวจสอบกระบวนการคัดเลือกผู้ชนะโครงการ เนื่องจากยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับความโปร่งใสของการพิจารณา
เธอตั้งคำถามว่า หากโครงการมีมูลค่าสูงถึง 1,600 ล้านบาท หน่วยงานที่รับผิดชอบย่อมต้องพิจารณาเอกสารอย่างละเอียดก่อนตัดสินผลการจัดซื้อจัดจ้าง ดังนั้น การอ้างว่าเอกสารมีจำนวนกว่า 700 หน้าและต้องใช้เวลาตรวจสอบก่อนส่งให้กรรมาธิการ จึงเป็นเหตุผลที่น่าตั้งคำถาม เพราะขั้นตอนดังกล่าวควรเกิดขึ้นก่อนการประกาศผลอยู่แล้ว
นอกจากนี้ น.ส.รักชนก ยังเปิดเผยว่า กระทรวงดีอีให้เหตุผลว่า ต้องพิจารณาการเปิดเผยข้อมูลตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ก่อนส่งเอกสารให้กรรมาธิการ
อย่างไรก็ตาม เธอโต้แย้งว่า กฎหมาย PDPA มาตรา 4 กำหนดข้อยกเว้นสำหรับการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา และคณะกรรมาธิการที่แต่งตั้งโดยรัฐสภา จึงเห็นว่าไม่ควรนำกฎหมายดังกล่าวมาเป็นอุปสรรคต่อการตรวจสอบของฝ่ายนิติบัญญัติ
น.ส.รักชนก ยังกล่าวฝากถึงนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยระบุว่า กรรมาธิการได้บรรจุวาระเชิญรัฐมนตรีเข้าชี้แจงอีกครั้งในวันที่ 13 สิงหาคม หลังจากก่อนหน้านี้ไม่ได้เข้าร่วมการประชุมตามคำเชิญมาแล้ว 3 ครั้ง
พร้อมกันนี้ กรรมาธิการยังมีแผนเชิญบริษัทผู้ชนะการประมูล บริษัทที่ถูกกล่าวถึง รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับโครงการ TH-AI Passport เพื่อให้ทุกฝ่ายได้อธิบายข้อมูลต่อสาธารณะ
น.ส.รักชนก ระบุทิ้งท้ายว่า หากกระทรวงมีความโปร่งใสและพร้อมให้ตรวจสอบ ก็ควรส่งเอกสารที่กรรมาธิการร้องขอให้ครบถ้วน ก่อนการประชุมวันที่ 13 สิงหาคม เพื่อให้การพิจารณาเป็นไปบนพื้นฐานของข้อเท็จจริง
#NEWS1 รายงาน


