ผ่านไปครบ 1 ปี นับตั้งแต่จรวด BM-21 จากฝั่งกัมพูชาตกใส่สถานีบริการน้ำมันในจังหวัดศรีสะเกษ จนสร้างความเสียหายอย่างหนัก แต่จนถึงขณะนี้ เจ้าของกิจการระบุว่ายังไม่ได้รับการเยียวยาจากภาครัฐ ขณะที่ต้องแบกรับภาระหนี้สินและนำเงินที่เก็บไว้เป็นค่าเล่าเรียนของลูกมาใช้ประคองธุรกิจ
เจ้าของปั๊มน้ำมันเปิดใจทั้งน้ำตาว่า ตลอด 365 วันที่ผ่านมา ครอบครัวต้องดิ้นรนหาเงินมาชำระหนี้ โดยต้องนำเงินที่เตรียมไว้เป็นค่าเทอมของลูกไปปิดวงเงินเบิกเกินบัญชี (OD) เพื่อไม่ให้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น พร้อมย้ำว่า แม้จะเป็นเจ้าของกิจการ แต่ก็มีภาระและความเดือดร้อนไม่ต่างจากประชาชนทั่วไป
เธอกล่าวว่า ยังมีร้านค้าภายในพื้นที่อีกหลายรายที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์เดียวกัน ทุกคนเปิดกิจการเพื่อเลี้ยงดูครอบครัว จึงอยากวิงวอนให้ภาครัฐเร่งเข้ามาให้ความช่วยเหลือและเยียวยาอย่างเป็นรูปธรรม
เจ้าของปั๊มระบุว่า ที่ผ่านมาได้รับความช่วยเหลือจากภาคเอกชนหลายฝ่าย ทั้งการประปาส่วนภูมิภาค บริษัท ปตท. และร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น ซึ่งให้การสนับสนุนทั้งเงินเยียวยา ค่าซ่อมอุปกรณ์ ตลอดจนวัสดุสำหรับฟื้นฟูร้านค้า ทำให้สามารถกลับมาเปิดกิจการและรักษาการจ้างงานของพนักงานไว้ได้
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ยังรอคอยคือ การเยียวยาจากภาครัฐ ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับ ทั้งที่เหตุการณ์ผ่านมาเป็นเวลา 1 ปีแล้ว
เหตุการณ์ดังกล่าวยังสะท้อนอีกประเด็นที่ถูกตั้งคำถามจากสังคม คือ ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประชาชนและทรัพย์สินของไทยจากการโจมตีด้วยอาวุธข้ามแดน ผู้ได้รับผลกระทบยังต้องแบกรับภาระด้วยตนเอง ขณะที่ผู้ก่อเหตุไม่ได้แสดงความรับผิดชอบหรือชดใช้ความเสียหายแต่อย่างใด
เสียงเรียกร้องของเจ้าของปั๊มน้ำมันในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการขอความช่วยเหลือด้านการเงิน แต่ยังเป็นการเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับผู้ประกอบการและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรง ซึ่งหลายคนยังคงรอคำตอบและการเยียวยาจากภาครัฐมาจนถึงวันนี้
#NEWS1 รายงาน


