อาจารย์วีระ ตั้งคำถามอย่างเผ็ดร้อนถึงการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน โดยระบุว่า แม้ประชาชนจะถูกเรียกเก็บเพียง ลิตรละ 5 สตางค์ ทุกครั้งที่เติมน้ำมัน แต่เมื่อรวมทั้งประเทศแล้วสามารถจัดเก็บเงินได้ราว 1,800 ล้านบาทต่อปี พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า กองทุนดังกล่าวมีเงินสะสมอยู่เป็นจำนวนมหาศาล จึงไม่เข้าใจว่าทำไมยังต้องจัดเก็บเงินจากประชาชนต่อไป
อาจารย์วีระอธิบายว่า สิ่งที่ต้องการชี้ให้เห็นไม่ใช่การชดเชยราคาน้ำมันผ่านกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งปัจจุบันรัฐต้องอุดหนุนราคาน้ำมันหลายร้อยล้านบาทต่อวัน แต่เป็นการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ซึ่งประชาชนทุกคนต้องร่วมจ่ายทุกลิตรโดยไม่ค่อยมีใครสังเกต
จากข้อมูลที่อาจารย์วีระนำมาเปิดเผย ระบุว่า กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานมีเงินสะสม ณ ต้นปีงบประมาณ 2569 ประมาณ 60,000 ล้านบาท แม้จะมีแผนใช้จ่ายในปีงบประมาณ 2569 ราว 9,000 ล้านบาท แต่ก็ยังเหลือเงินสะสมอีกหลายหมื่นล้านบาท จึงตั้งคำถามว่า เหตุใดจึงยังจำเป็นต้องจัดเก็บเงินสมทบจากประชาชนต่อไป
อาจารย์วีระเสนอให้รัฐบาลยกเลิกการจัดเก็บเงินสมทบ ลิตรละ 5 สตางค์ โดยทันที พร้อมระบุว่า แนวคิดการใช้กองทุนในลักษณะเดิมอาจไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ด้านพลังงานในปัจจุบัน ซึ่งภาคเอกชนมีบทบาทในการพัฒนาพลังงานทางเลือกมากขึ้น แตกต่างจากในอดีตที่รัฐต้องเป็นผู้ลงทุนและผลักดันเป็นหลัก
นอกจากนี้ อาจารย์วีระยังตั้งข้อสังเกตถึงการใช้จ่ายงบประมาณของกองทุน โดยเฉพาะโครงการศึกษาวิจัยด้านพลังงาน พร้อมตั้งคำถามถึงผลลัพธ์และความคุ้มค่าของการใช้งบประมาณ และเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลการใช้เงินกองทุนอย่างโปร่งใส เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบได้
#NEWS1 รายงาน


