กรมศุลกากรเดินหน้าปราบปรามการสวมสิทธิ์แหล่งกำเนิดสินค้าอย่างเข้มข้น หลังตรวจพบขบวนการนำเข้าสินค้าจากประเทศจีน ก่อนปลอมแปลงหรือสำแดงแหล่งกำเนิดเป็น "Made in Thailand" เพื่อใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าและส่งออกไปยังต่างประเทศ สร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจและกระทบต่อความน่าเชื่อถือของสินค้าส่งออกไทย
ผลการตรวจสอบล่าสุด พบคดีสำคัญ 2 คดี มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 101 ล้านบาท โดยหนึ่งในคดีเป็นการนำเข้าบุหรี่จากประเทศจีน ก่อนระบุบนบรรจุภัณฑ์ว่าเป็นสินค้าที่ผลิตในประเทศไทย เพื่อหวังสวมสิทธิ์แหล่งกำเนิดสินค้า ขณะที่อีกคดีเกี่ยวข้องกับการหลีกเลี่ยงมาตรการทางการค้าผ่านการสำแดงข้อมูลอันเป็นเท็จ
กรมศุลกากรระบุว่า การกระทำลักษณะดังกล่าวไม่เพียงเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายศุลกากร แต่ยังส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะประเทศผู้ส่งออก และอาจทำให้คู่ค้าต่างประเทศเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบสินค้าที่มีถิ่นกำเนิดจากไทย
นอกจากนี้ สถิติการปราบปรามในพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง ช่วงเดือนตุลาคม 2568 ถึงวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 พบคดีสวมสิทธิ์แสดงประเทศกำเนิดสินค้าแล้ว 41 คดี ยึดของกลางกว่า 8.8 ล้านชิ้น คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 442 ล้านบาท สะท้อนว่าปัญหาการปลอมแปลงแหล่งกำเนิดสินค้ายังคงเป็นประเด็นที่ภาครัฐต้องเร่งปราบปรามอย่างต่อเนื่อง
กรมศุลกากรยืนยันว่าจะเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบสินค้านำเข้าและส่งออก รวมถึงดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างเด็ดขาด เพื่อปกป้องผลประโยชน์ทางการค้าของประเทศ และรักษาความเชื่อมั่นของสินค้าที่ผลิตจากประเทศไทยในตลาดโลก
#NEWS1 รายงาน


