“ซิน เคอ หยวน” ท้าพิสูจน์เหล็ก
พบไม่ได้มาตรฐานจ่ายคืน 10เท่า
เปิด ทุกขั้นตอนผลิตเหล็ก
ย้ำ ผ่านมาตรฐาน มอก.
“ซิน เคอ หยวน” เปิด ทุกขั้นตอนผลิตเหล็ก ย้ำ ผ่านมาตรฐาน มอก. ยัน ผลสอบสตง.ถล่ม ไม่เกี่ยวกับเหล็ก ขอความเป็นธรรม ทำไมตรวจแค่เจ้าเดียว พร้อม ขานรับ “สมอ.” ลงพื้นที่ตรวจโรงงานตามเกณฑ์คุมเหล็กใหม่ ยันระบบการผลิตมาตรฐานเต็มร้อย ท้าตรวจเข้มหากพบเหล็กไม่ได้มาตรฐานยินดีจ่ายคืน 10เท่า!
วันที่ 22 ก.ค.69 ที่บริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด จังหวัดระยอง นายเฉลิม บุญเฉียน วิศวกรที่ปรึกษาบริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด และคณะ เปิดโรงงาน พาชมทุกขั้นตอนการผลิต พร้อมยืนยันขั้นตอนการผลิตเหล็ก ของ บริษัท ชิน เคอ หยวน มีความแข็งแรงได้มาตรฐานที่ มอก. กำหนด
โดยนายเฉลิม ยังได้อธิบายถึงเทคโนโลยีการหลอมเหล็ก: เตาเหนี่ยวนำไฟฟ้า (IF)และเตาอาร์กไฟฟ้า (EAF)มีความแตกต่างกันโดยพื้นฐาน เตา IF อาศัยแรงลอเรนซ์จากสนามแม่เหล็กสลับทำให้เกิดการกวนน้ำเหล็กด้วยแม่เหล็กไฟฟ้าโดยธรรมชาติน้ำเหล็กหมุนเวียนทำให้องค์ประกอบและอุณหภูมิสม่ำเสมอโดยไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์กวนภายนอก ในขณะที่เตา EAFให้ความร้อนด้วยอาร์กไฟฟ้าจากอิเล็กโทรดกราไฟต์ ซึ่งไม่มีแรงกวนตาธรรมชาติจึงต้องอาศัยการเป่าออกซิเจนและอาร์กอนช่วยกวนและกำจัดคาร์บอนและโดยทั่วไปยังต้องผ่านเตา LF เพื่อปรับองค์ประกอบและอุณหภูมิก่อนเทหล่อ ทั้งนี้เทคโนโลยี IF ยังมีข้อได้เปรียบด้านเสียงรบกวนและการปล่อยมลพิษอย่างชัดเจน ในสภาวะการทำงานทั่วไปเตา IF มีระดับเสียงประมาณ 75–85 เดซิเบล(เอ) ในขณะที่เตา EAFซึ่งได้รับผลกระทบจากการอาร์กและการเป่าออกซิเจน อาจมีระดับเสียงสูงถึง 105–115เดซิเบล(เอ) ทั้งนี้ เดซิเบลเป็นหน่วยลอการิทึม ผลต่าง 20–30 เดซิเบลที่ดูเหมือนไม่มากนักเมื่อคำนวณเป็นพลังงานเสียงจริงแล้ว เตา IF มีพลังงานเสียงเพียงประมาณ 1ใน 100 ถึง 1 ใน1,000 ของเตา EAF หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ เตา EAF มีพลังงานเสียงสูงกว่าเตา IF ประมาณ100 ถึง 1,000เท่า ซึ่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมการทำงานและชุมชนโดยรอบมีความแตกต่างกันมากกว่าที่ตัวเลขเดซิเบลจะสื่อได้โดยตรง ด้านการปล่อยฝุ่นละออง ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ คาร์บอนมอนอกไซด์ และสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย เตา IF มักปล่อยมลพิษเพียงประมาณ 10–30% ของเตา EAFตัวเลขข้างต้นเป็นช่วงเปรียบเทียบภายใต้สภาวะทั่วไปค่าที่แท้จริงอาจแตกต่างกันตามกรรมวิธี อุปกรณ์ และวัตถุดิบที่ใช้จึงเป็นกรรมวิธีที่ได้รับการยอมรับและใช้งานอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมเหล็กระดับสากลมาเป็นเวลานาน ไม่ได้ใช้เฉพาะกับเหล็กก่อสร้างเท่านั้น แต่ยังใช้ในการผลิตเหล็กกล้าไร้สนิมเหล็กอัลลอย เหล็กเครื่องมือ และเหล็กลูกปืนอีกด้วย
และยังกล่าวถึงขั้นตอนการคัดเลือกเหล็กเข้าโรงงานซิน เคอ หยวน ก่อนทำการหลอมผลิต ว่า การคัดเลือกเหล็กจะต้องมีความสะอาด ไม่มีสารปนเปื้อนก่อนที่จะเข้าสู่ระบบ ส่วนลักษณะของการนำเข้ามาจะเป็นเศษเหล็กชิ้นๆ ก่อนที่จะบีบอัดให้เป็นก้อน เเละเข้าสู่กระบวนการเตาหลอม
ส่วนมาตรฐานในการคัดเหล็กก่อนเข้ามาโรงงานนั้น โรงงานที่เราไปรับมาจะมีเครื่องมือที่ใช้ในการตรวจสอบว่าเหล็กมีสารเคมีสิ่งปนเปื้อน หรือรังสีต่างๆ ก็จะมีการตรวจสอบและคัดออกไป ส่วนเหล็กที่ไม่มีสิ่งปนเปื้อนก็จะทำการรวบรวม รวบรวมเสร็จแล้วก็จะส่งมาที่เรา โดยจะเป็นการคัดแยกเหล็กชิ้นเล็กและชิ้นใหญ่แยกกัน เพราะเศษเหล็กที่เป็นชิ้นเล็ก เราจะเข้าเครื่องบีบอัดให้เป็นก้อนเพราะเปลืองเนื้อที่ในการลำเลียง
นอกจากนี้นายเฉลิม อธิบายถึงการหลอมเหล็กแบบ IF ของบริษัท ซิน เคอ หยวน ว่าใช้ไฟฟ้าผ่านขดลวด เมื่อไฟฟ้าผ่านขดลวดจะทำให้เกิดสนามแม่เหล็ก และสนามแม่เหล็กมีความพิเศษคือเมื่อมันเกิดสนามแม่เหล็กแล้วก็เอาโลหะเข้าไปอยู่ในสนามแม่เหล็กและจะเกิดเป็นความร้อนสูงทำให้เหล็กหลอมละลาย อยู่ที่อุณหภูมิประมาณ 1,600 องศาเซลเซียส
โดยหลังจากที่เหล็กหลอมแล้ว จะมี 3 ขั้นตอน ทั้ง 30% 50% 100% และจะมีการสุ่มตรวจที่ห้องแล็บว่าเหล็กที่เราหลอมไปมีสิ่งเจือปนที่ไม่พึงประสงค์ตามมาตรฐานเยอะหรือไม่ ถ้าเกิดมีเยอะก็จะทำการปรับปรุงโดยใส่สารเคมีเข้าไปและจะปรับปรุงคุณภาพน้ำเหล็กให้ได้ตามมาตรฐาน มอก. หลังจากที่มั่นใจน้ำเหล็กและอยู่มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) แล้วถึงจะเอาเหล็กตัวนั้นมาหล่อเป็นแท่งก่อนที่จะนำไปรีดเป็นเหล็กเส้นที่ได้มาตรฐาน
“การที่ตึก สตง. ถล่ม ได้พิสูจน์ออกมาแล้วว่าไม่ใช่เหล็ก และเจ้าหน้าที่นำเหล็กไปตรวจสอบเอาไปเพียงบริษัทซินำ เคอ หยวน บริษัทเดียว แต่ตึก สตง. มันไม่ได้ประกอบด้วยเหล็ก บริษัท ซิน เคอ หยวน บริษัทเดียว ทำไมถึงไม่เอาเหล็กของบริษัทอื่นไปตรวจสอบด้วย ทำไมเจาะจงว่าต้องเป็น ซิน เคอ หยวน สิ่งนี้คือสิ่งที่เรามีความกังวลใจว่า ทำไมเราถึงโดนลักษณะนั้น แล้วข่าวที่ออกมาไม่ได้บอกว่าเหล็กของบริษัทอื่นเป็นอย่างไร บอกแต่ว่าเหล็กซิน เคอ หยวน เป็นอย่างนู้นอย่างนี้ ซึ่งอันนี้เราก็ต้องขอความเป็นธรรมจากประชาชนทั่วไป “นายเฉลิม กล่าว
อย่างไรก็ตาม นายเฉลิม ตั้งคำถามว่า โรงงาน บริษัท ตึกทั้งหลายที่ก่อสร้างก่อนที่ตึก สตง. จะถล่ม ที่ประกอบด้วยเหล็กซิน เคอ หยวน ในอดีตที่ผ่านมา ทำไมถึงไม่มีปัญหาและไม่มีการถล่ม
เมื่อถามถึงการหลอมเหล็กแบบ IF กับ EAF ซึ่งตอนนี้พุ่งเป้าว่าการหลอมแบบ IF สร้างมลภาวะนายเฉลิม กล่าวว่า ในขณะที่เรามาดูกันพบว่าสิ่งที่สร้างปัญหาคือเรื่องของฝุ่นละออง ซึ่งการที่สื่อมวลชนได้ลงพื้นที่โรงงานก็จะเห็นว่าฝุ่นละอองถ้าอยู่ในโรงงานมันจะมีบ้าง แต่ถ้าเกิดว่าเป็นภายนอกเราสัมผัสฝุ่นแทบไม่ได้เลย เพราะเราจะมีระบบดักฝุ่นในการใช้ลมดูดแล้วก็เอาฝุ่นไปกักเก็บในแบ็กฟิลเตอร์ (Bag Filter) ซึ่งจะกักเก็บไม่ให้รั่วไหลออกไปบริเวณรอบๆโรงงาน
“ยืนยันว่าคุณภาพเหล็กที่ผลิตออกมาก็อยู่ในมาตราฐานที่ มอก.กำหนด ส่วนในการผลิตถึงแม้จะใช้เตาอะไรผลิตก็ตามแต่เราจะพิสูจน์กันที่โปรดักชั่นที่ออกมาว่า เมื่อเอาไปตรวจสอบได้ตามประเทศไทยกำหนดหรือไม่”
จากนั้น สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ได้ลงพื้นที่ตรวจติดตามโรงงาน บริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด พร้อมแจ้งแนวทางการกำกับดูแลมาตรฐานผลิตภัณฑ์เหล็กเพิ่มเติม
ตัวแทนจาก สมอ. ระบุว่า ล่าสุด สมอ. ได้มีการทบทวนหลักเกณฑ์ใหม่เพื่อตรวจติดตามความเสี่ยงการผลิตเหล็ก โดยมุ่งเน้นการเฝ้าระวังความเสี่ยงและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์เหล็กเป็นสำคัญ
ปัจจุบัน สมอ. มีความก้าวหน้าในการตรวจติดตามความเสี่ยงผลิตภัณฑ์เหล็กไปแล้วกว่า 96% สำหรับบริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด ยังไม่ได้ดำเนินการเก็บตัวอย่าง ซึ่งจะมีการสุ่มเก็บตัวอย่างเพื่อตรวจติดตามในลำดับถัดไป
ทั้งนี้ ภายหลังการออกหลักเกณฑ์ใหม่ ได้มีการเก็บตัวอย่างเหล็กปลายทางจากโมเดิร์นเทรด โดยใช้งบประมาณของผู้รับอนุญาต ซึ่งการสุ่มเก็บตัวอย่างจะไม่มีการแจ้งขนาดล่วงหน้าขึ้นอยู่กับหน้างานจริง ผลการทดสอบล่าสุดจากตัวอย่างกว่า 150ชุด พบว่าค่าเคมีอยู่ในเกณฑ์ดีทุกเทคโนโลยีการผลิต ประชาชนจึงมั่นใจได้ว่าเหล็กในท้องตลาดปัจจุบันมีความปลอดภัย
ด้านตัวแทนบริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด ได้ยืนยันความพร้อมในการนำเหล็กเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบของ สมอ. พร้อมเสนอแนะว่า หากตรวจครอบคลุมครบ 100% แล้ว ควรมีการประกาศรายชื่อโรงงานที่ผ่านเกณฑ์เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนต่อไป
ภายหลังการประชุม คณะ สมอ. ได้ลงพื้นที่เข้าตรวจสอบโรงงานผลิตเหล็ก ซิน เคอ หยวน พร้อมทำการสุ่มเก็บตัวอย่างเหล็กเส้นจำนวน 5 รายการ รายการละ 3 ตัวอย่าง เพื่อนำส่งทดสอบมาตรฐาน มอก. 20 และ มอก. 24 โดยตัวแทน สมอ. เปิดเผยถึงสาเหตุในการตรวจครั้งนี้ว่า ข้อมูลผลการทดสอบย้อนหลังช่วง 3 ปีที่ผ่านมามีความผันผวน แต่หลังจากที่มีการยกระดับและกระชับหลักเกณฑ์ พร้อมสร้างการรับรู้แก่ผู้ประกอบการ ทำให้ทางโรงงานผู้ผลิตมีการปรับตัวและสุมรอยควบคุมคุณภาพภายในอย่างเข้มงวด ส่งผลให้การสุ่มตรวจสินค้าในท้องตลาดล่าสุดได้ผลลัพธ์อยู่ในเกณฑ์ที่ดีมากขึ้น
นอกจากนี้ ทางบริษัท ซิน เคอ หยวน ยังคงมุ่งมั่นดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคม ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจ โดยที่ผ่านมาได้เข้าไปมีส่วนร่วมสนับสนุนกิจกรรมสาธารณประโยชน์แก่ชุมชนโดยรอบอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 (พ.ศ. 2564–2566) บริษัทได้มอบหน้ากากอนามัยทางการแพทย์แก่หน่วยงานต่าง ๆ ในพื้นที่ รวมทั้งสิ้น 20,004,700 ชิ้น คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 264,119,640 บาท เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านสุขอนามัยและป้องกันการแพร่ระบาดในชุมชน
อย่างไรก็ตามทางบริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด ยังเน้นย้ำถึงความมั่นใจในคุณภาพผลิตภัณฑ์ โดยระบุชัดเจนว่า หากผู้บริโภคพบเหล็กเส้นของบริษัทไม่ได้มาตรฐานตามที่กำหนด ยินดีชดเชยค่าเสียหายให้ทันทีถึง 10 เท่า


