ผู้บัญชาการทหารอากาศ ยืนยันเดินหน้าพัฒนาขีดความสามารถของกองทัพอากาศไทย เพื่อสร้างความพร้อมในการป้องกันประเทศ โดยระบุเป้าหมายสำคัญคือการสร้างกองทัพอากาศที่เข้มแข็งและมีประสิทธิภาพ เพื่อไม่ให้ศัตรูกล้าคิดมาต่อกรกับประเทศไทย พร้อมย้ำว่า แม้เทคโนโลยีและระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะมีบทบาทมากขึ้น แต่บุคลากรยังคงเป็นหัวใจสำคัญในการควบคุมและตัดสินใจใช้อาวุธทุกระบบ
พลอากาศเอก เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ กล่าวในงานเสวนา "Female Warriors... Harmony in Strength... ผสานพลังสร้างอนาคต" ว่า กองทัพอากาศกำลังเดินหน้าพัฒนาศักยภาพตามยุทธศาสตร์ โดยเฉพาะโครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่ Gripen ระยะที่ 2 ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถด้านการป้องกันภัยทางอากาศ (Air Defence) ระบบเชื่อมโยงข้อมูลทางยุทธวิธี (Data Link) และการปฏิบัติการร่วมในอนาคต
ผบ.ทอ. ระบุว่า เป้าหมายสูงสุดของกองทัพอากาศ คือการมีความพร้อมรบอย่างเต็มศักยภาพ เพื่อสร้างอำนาจยับยั้งและปกป้องอธิปไตยของประเทศ พร้อมเดินหน้านโยบายพัฒนากำลังพล ควบคู่กับการเปิดโอกาสให้กำลังพลหญิงได้แสดงศักยภาพและเติบโตในสายงานด้วยความสามารถ
รายงานข่าวจากกองทัพอากาศ ระบุว่า ภายหลังการลงนามจัดซื้อเครื่องบินขับไล่ Gripen ระยะที่ 1 จำนวน 4 เครื่องแล้ว มีแผนจัดหาเพิ่มเติมในระยะที่ 2 และระยะที่ 3 ให้ครบ 1 ฝูงบิน จำนวน 12 เครื่อง โดยคาดว่าเครื่องชุดแรกจะส่งมอบในปี 2572 และจะได้รับมอบครบทั้งฝูงภายในปี 2580
นอกจากนี้ แผนจัดหาดังกล่าวยังรวมถึงการยกระดับเครื่องบินแจ้งเตือนภัยทางอากาศ SAAB 340 AEW ที่ใช้งานมานานกว่า 10 ปี โดยเตรียมอัปเกรดระบบเรดาร์และเพิ่มขีดความสามารถสู่การเป็น Airborne Early Warning and Control (AEW&C) หรือเครื่องบินบัญชาการและควบคุมทางอากาศ ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นศูนย์บัญชาการลอยฟ้า สนับสนุนการควบคุมการรบและการป้องกันน่านฟ้าของประเทศไทยอย่างมีประสิทธิภาพ
ที่มา : Wassana Nanuam
#NEWS1 รายงาน


