ทนายอั๋น วีรัมย์ ออกมาเผยข้อมูลที่อ้างว่าได้รับจากข้าราชการภายในกรมทรัพยากรน้ำบาดาล โดยเรียกร้องให้สื่อมวลชนและประชาชนร่วมจับตาการใช้งบประมาณของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล หลังพบข้อสังเกตหลายประเด็นที่อาจเกี่ยวข้องกับความคุ้มค่าและความโปร่งใสในการดำเนินโครงการเจาะบ่อน้ำบาดาลทั่วประเทศ
ทนายอั๋นระบุว่า โครงการดังกล่าวมีแผนเจาะบ่อน้ำบาดาลจำนวน 858 แห่ง แต่มีข้อสังเกตว่าหลายพื้นที่ที่กำหนดไว้เป็นพื้นที่ที่มีระบบประปาส่วนภูมิภาค หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้บริการน้ำอยู่แล้ว จึงตั้งคำถามถึงความจำเป็นในการใช้งบประมาณเพื่อดำเนินโครงการในพื้นที่ที่อาจซ้ำซ้อน
นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการจัดซื้อเครื่องสูบน้ำบาดาล หรือปั๊มซับเมอร์ส (Submersible Pump) โดยอ้างว่ามีราคาสูงกว่าท้องตลาดอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างว่าดำเนินการอย่างโปร่งใสและคุ้มค่าหรือไม่
อีกประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาตั้งคำถาม คือการเตรียมใช้งบกลางเพื่อดำเนินโครงการดังกล่าว โดยทนายอั๋นตั้งข้อสังเกตว่า ปัญหาภัยแล้งเป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี จึงควรได้รับการจัดสรรผ่านงบประมาณปกติ มากกว่าการใช้งบกลาง ซึ่งโดยหลักมีไว้สำหรับกรณีจำเป็นหรือเหตุการณ์ที่ไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ พร้อมตั้งข้อสงสัยว่าการใช้งบประมาณในลักษณะดังกล่าวเป็นไปตามวัตถุประสงค์และหลักวินัยการเงินการคลังหรือไม่
ทนายอั๋นยังอ้างว่า โครงการดังกล่าวอาจยังไม่ได้ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องด้านการบริหารจัดการน้ำอย่างครบถ้วน แต่กลับมีการเสนอของบประมาณเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีแล้ว จึงตั้งคำถามถึงความเร่งรีบของกระบวนการ และขอให้มีการตรวจสอบขั้นตอนทั้งหมดอย่างละเอียด
พร้อมกันนี้ ทนายอั๋นได้เรียกร้องให้นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ออกมาชี้แจงต่อสังคมว่าได้รับทราบรายละเอียดของโครงการดังกล่าวหรือไม่ และมีการกำกับดูแลการใช้งบประมาณอย่างไร เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าการใช้เงินภาษีของประชาชนเป็นไปอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้
ทั้งนี้ ข้อกล่าวหาทั้งหมดเป็นข้อกล่าวอ้างและข้อสังเกตของทนายอั๋น ซึ่งยังไม่ได้รับการชี้แจงจากกรมทรัพยากรน้ำบาดาล หรือกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงยังต้องรอข้อเท็จจริงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
#News1 รายงาน


