เมื่อพูดถึงปัญหาของ กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) หลายคนมักนึกถึงสาเหตุเดียว คือ ลูกหนี้ผิดนัดชำระหนี้ จนทำให้เงินหมุนเวียนในกองทุนลดลง
อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาจากรายงานงบประมาณของ กยศ. จะพบว่า นอกจากปัญหาการผิดนัดชำระหนี้แล้ว กองทุนยังมี ค่าใช้จ่ายด้านการบริหารจัดการกว่า 500 ล้านบาทต่อปี ซึ่งเป็นอีกประเด็นที่ควรได้รับการตรวจสอบถึงความคุ้มค่าและประสิทธิภาพของการใช้จ่ายงบประมาณ
ในหลักการบริหารกองทุนหมุนเวียน ไม่ว่าจะเป็นกองทุนของรัฐหรือเอกชน รายรับและรายจ่ายล้วนส่งผลต่อฐานะทางการเงินของกองทุน หากรายรับจากการชำระหนี้ลดลงจากการผิดนัด ขณะเดียวกันค่าใช้จ่ายในการบริหารยังอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง ย่อมส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องของกองทุนได้เช่นกัน
กล่าวอีกนัยหนึ่ง หากต้นทุนการบริหารเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะสร้างผลลัพธ์กลับคืน ก็อาจเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้กองทุนมีเงินหมุนเวียนลดลง และส่งผลต่อศักยภาพในการปล่อยกู้ให้กับนักเรียนและนักศึกษารุ่นใหม่
ทั้งนี้ การตั้งคำถามต่อค่าใช้จ่ายด้านการบริหาร ไม่ได้หมายความว่า ปัญหาของ กยศ. เกิดจากงบบริหารเพียงอย่างเดียว เช่นเดียวกับที่ไม่อาจสรุปได้ว่าเกิดจากลูกหนี้ผิดนัดเพียงสาเหตุเดียว เพราะความเป็นจริง ปัญหาทางการเงินของกองทุนอาจเกิดจากหลายปัจจัยประกอบกัน ทั้งการผิดนัดชำระหนี้ ต้นทุนการบริหาร การติดตามหนี้ และการบริหารจัดการภายใน ซึ่งทั้งหมดควรได้รับการตรวจสอบด้วยข้อมูลและข้อเท็จจริง
ประเด็นที่สังคมควรได้รับคำตอบ ได้แก่
งบบริหารกว่า 500 ล้านบาทต่อปี ใช้ไปกับภารกิจใดบ้าง
ค่าใช้จ่ายในการติดตามหนี้มีสัดส่วนเท่าใด
งบประมาณดังกล่าวช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บหนี้ได้มากน้อยเพียงใด
มีการประเมินความคุ้มค่าของการใช้จ่ายงบประมาณหรือไม่
และมีแนวทางลดต้นทุนการบริหารโดยไม่กระทบต่อประสิทธิภาพการดำเนินงานของกองทุนหรือไม่
เพราะท้ายที่สุดแล้ว หากค่าใช้จ่ายด้านการบริหารและการดำเนินงานอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง ย่อมเป็นต้นทุนที่กองทุนต้องแบกรับทุกปี เช่นเดียวกับปัญหาการผิดนัดชำระหนี้ของลูกหนี้ ทั้งสองปัจจัยล้วนมีผลต่อความมั่นคงทางการเงินของกองทุน และเป็นเหตุผลที่สังคมควรได้รับคำอธิบายอย่างชัดเจนว่า โครงสร้างการใช้จ่ายในปัจจุบันมีความเหมาะสม คุ้มค่า และเพียงพอต่อการรักษาความยั่งยืนของกองทุนในระยะยาวหรือไม่
#NEWS1 รายงาน


