ดร.เอกชัยเอาจริง! จ่อฟ้องหลายสื่อ พิเรนตั้งชื่อสมมุติผู้ต้องหาพ้องชื่อจริง ชาวเน็ตเข้าใจผิด รุมถล่มยับ
กลายเป็นประเด็นร้อนที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางบนโลกออนไลน์ หลัง ดร.เอกชัย ภูมิระรื่น ผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดนครปฐม ออกมาประกาศเตรียมพิจารณาดำเนินคดีกับสื่อมวลชนหลายสำนัก ภายหลังมีการใช้นามสมมุติ "เอกชัย" ในการรายงานข่าวผู้ต้องหาคดีล่วงละเมิดนักเรียน จนทำให้ประชาชนจำนวนไม่น้อยเข้าใจผิดว่าเป็นบุคคลเดียวกัน ส่งผลให้เจ้าตัวตกเป็นเป้าถูกวิพากษ์วิจารณ์และถูกโจมตีบนโลกออนไลน์ ทั้งที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีแต่อย่างใด
ดร.เอกชัย ระบุว่า แม้การใช้นามสมมุติจะเป็นแนวปฏิบัติที่สื่อหลายแห่งใช้เพื่อปกปิดตัวตนของผู้ต้องหา แต่การเลือกใช้ชื่อที่ตรงกับบุคคลจริง โดยเฉพาะผู้ที่มีตัวตน มีหน้าที่การงาน และเป็นที่รู้จักในสังคม ถือเป็นเรื่องที่ขาดความรอบคอบ และอาจสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงของผู้บริสุทธิ์โดยไม่จำเป็น
เจ้าตัวยังตั้งคำถามถึงจริยธรรมและความรับผิดชอบของผู้ผลิตข่าว โดยมองว่าความรวดเร็วในการนำเสนอข่าวไม่ควรอยู่เหนือความถูกต้องและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับบุคคลอื่น พร้อมย้ำว่า หากการนำเสนอข่าวทำให้ผู้บริสุทธิ์ได้รับความเสียหาย ผู้เผยแพร่ข้อมูลก็ควรต้องรับผิดชอบต่อผลที่ตามมา
ดร.เอกชัย เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลและพยานหลักฐาน เพื่อพิจารณาใช้สิทธิตามกฎหมายกับสื่อที่เกี่ยวข้อง โดยยืนยันว่าการดำเนินการครั้งนี้ ไม่ได้มีเจตนาเรียกร้องผลประโยชน์ส่วนตัว แต่ต้องการให้เป็นบรรทัดฐานในการยกระดับมาตรฐานการนำเสนอข่าว และป้องกันไม่ให้บุคคลอื่นต้องตกเป็นเหยื่อของความเข้าใจผิดในลักษณะเดียวกันอีก
นอกจากนี้ เจ้าตัวยังระบุว่า หากได้รับค่าเสียหายจากการดำเนินคดี จะนำเงินทั้งหมดไปสมทบทุนพัฒนาอาคารเรียนของโรงเรียน เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการศึกษาของนักเรียนต่อไป
ภายหลังโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป มีผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์จำนวนมากเข้าไปแสดงความคิดเห็น โดยเฉพาะบรรดาศิษย์เก่า ผู้ปกครอง และผู้ที่เคารพนับถือ ดร.เอกชัย ต่างร่วมส่งกำลังใจและแสดงจุดยืนสนับสนุนให้ดำเนินคดีกับสื่อที่เกี่ยวข้อง หากพบว่าการนำเสนอข่าวก่อให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงจริง หลายความคิดเห็นมองตรงกันว่า การใช้นามสมมุติที่พ้องกับบุคคลซึ่งมีตัวตนอยู่จริง เป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้น และสะท้อนถึงความขาดความรอบคอบในการนำเสนอข่าวของสื่อบางแห่ง
ชาวเน็ตจำนวนไม่น้อยยังเรียกร้องให้สื่อมวลชนทบทวนแนวทางการใช้นามสมมุติในการรายงานข่าว โดยเห็นว่าควรหลีกเลี่ยงชื่อที่อาจพ้องกับบุคคลจริง เพื่อป้องกันการสร้างความเข้าใจผิดและผลกระทบต่อผู้บริสุทธิ์ พร้อมระบุว่าเสรีภาพของสื่อควรมาพร้อมกับความรับผิดชอบต่อสังคมและผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการนำเสนอข่าว
#News1 รายงาน


