เขมรยังได้ต่อ? "คริส" จี้ตัดงบอุ้มดอกเบี้ยเงินกู้กัมพูชา ลั่นภาษีคนไทยต้องคุ้มค่า
ประเด็นการใช้งบประมาณช่วยเหลือประเทศเพื่อนบ้านกลับมาร้อนอีกครั้ง หลัง นายคริส โปตระนันทน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ ออกมาเปิดเผยข้อมูลระหว่างการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 โดยตั้งคำถามถึงความเหมาะสมของการใช้งบประมาณแผ่นดินเพื่อสนับสนุนรัฐบาลกัมพูชา ท่ามกลางสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชาที่ยังมีความอ่อนไหว
นายคริส ระบุว่า ได้เสนอให้ตัดงบประมาณของ สำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (สพพ.) จำนวน 31 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบที่ใช้ชดเชยส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่รัฐบาลกัมพูชากู้ผ่านธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM Bank) แม้ข้อเสนอดังกล่าวจะยังไม่ผ่านการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการหลัก แต่ยืนยันว่าจะเดินหน้าผลักดันต่อในชั้นอนุกรรมาธิการงบประมาณ
อย่างไรก็ตาม นายคริส ระบุว่า ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่ตัวเลข 31 ล้านบาทเพียงอย่างเดียว แต่เป็นภาระงบประมาณที่ประเทศไทยต้องรับผิดชอบต่อเนื่องจากโครงการเงินกู้ในอดีต โดยเฉพาะการชดเชยดอกเบี้ยให้รัฐบาลกัมพูชา ซึ่งยังมีภาระงบประมาณในอนาคตอีกหลายร้อยล้านบาท
นายคริส ยังเปิดเผยข้อมูลว่า ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 ยังมียอดเงินกู้ของรัฐบาลกัมพูชาที่ยังค้างอยู่จำนวนมาก พร้อมระบุว่า ข้อมูลที่ได้รับจาก สพพ. ชี้ว่า มูลหนี้คงเหลือมีมากกว่าตัวเลขที่ปรากฏในเอกสารงบประมาณ และยังทำให้ประเทศไทยต้องตั้งงบประมาณเพื่อชดเชยดอกเบี้ยต่อไปอีกหลายปี
นอกจากนี้ ยังยกตัวเลขการสนับสนุนประเทศเพื่อนบ้านผ่านงบประมาณและเงินกู้ในช่วงปีงบประมาณ 2569–2571 ซึ่งมีมูลค่าหลายร้อยล้านถึงเกือบ 2,000 ล้านบาท โดยตั้งคำถามว่า ในช่วงที่ประชาชนไทยยังเผชิญปัญหาค่าครองชีพ เศรษฐกิจชะลอตัว ผู้ประกอบการรายย่อยเข้าถึงสินเชื่อได้ยาก รวมถึงโรงพยาบาลหลายแห่งยังขาดแคลนงบประมาณ เหตุใดรัฐบาลจึงยังเดินหน้าจัดสรรงบประมาณเพื่ออุดหนุนดอกเบี้ยเงินกู้ให้ประเทศเพื่อนบ้านต่อไป
ทั้งนี้ นายคริส ย้ำว่า ตนไม่ได้คัดค้านความร่วมมือระหว่างประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน แต่เห็นว่าทุกบาททุกสตางค์ที่มาจากภาษีของประชาชนควรได้รับการตรวจสอบ และควรใช้อย่างเหมาะสมกับสถานการณ์ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ประเทศไทยกำลังเผชิญข้อจำกัดด้านงบประมาณ ปัญหาเศรษฐกิจ และสถานการณ์ความมั่นคงบริเวณชายแดน
นายคริส ระบุด้วยว่า จะเดินหน้าผลักดันการตรวจสอบงบประมาณดังกล่าวในชั้นอนุกรรมาธิการงบประมาณ พร้อมติดตามการใช้เงินภาษีของประชาชนในทุกโครงการอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและตอบโจทย์ผลประโยชน์ของประเทศเป็นสำคัญ
#News1 รายงาน


