เรือหายแล้ว... รัฐจ่อลดสเปกรถไฟความเร็วสูง วิศวกรเตือน ประหยัดวันนี้ เสียอนาคตประเทศ
ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ วิศวกรระบบขนส่งและอดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ออกมาแสดงความกังวลต่อแนวโน้มการปรับรูปแบบโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน โดยระบุว่า มีแนวคิดปรับลดโครงการจากรถไฟความเร็วสูงที่ออกแบบให้วิ่งด้วยความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เหลือเป็นรถไฟทางคู่ระบบไฟฟ้าที่มีความเร็วสูงสุด 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อลดต้นทุนการก่อสร้าง
ดร.สามารถ ระบุว่า หากมีการปรับลดรูปแบบโครงการจริง จะส่งผลให้เวลาเดินทางระหว่างดอนเมือง สุวรรณภูมิ และอู่ตะเภา เพิ่มจากเดิมที่ตั้งเป้าไว้ประมาณ 60 นาที เป็นราว 110 นาที ทำให้ข้อได้เปรียบสำคัญของรถไฟความเร็วสูง ซึ่งก็คือการประหยัดเวลา ลดลงอย่างมาก และอาจทำให้ประชาชนยังคงเลือกใช้รถยนต์ส่วนตัวแทนการเดินทางด้วยรถไฟ
นอกจากนี้ ยังมองว่าผลกระทบจะไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเรื่องเวลาเดินทาง แต่ยังอาจส่งผลต่อจำนวนผู้โดยสาร รายได้ของโครงการ การพัฒนาเมืองรอบสถานี การเชื่อมโยงสนามบินดอนเมือง สุวรรณภูมิ และอู่ตะเภา รวมถึงแผนต่อขยายเส้นทางรถไฟความเร็วสูงไปยังจังหวัดจันทบุรีและตราดในอนาคต
ดร.สามารถ ยังยกตัวอย่างหลายประเทศที่เดินหน้าลงทุนพัฒนารถไฟความเร็วสูงอย่างต่อเนื่อง ทั้งญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน และอินโดนีเซีย โดยระบุว่า ประเทศเหล่านี้ให้ความสำคัญกับการลดเวลาเดินทางเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และไม่มีประเทศใดลดมาตรฐานโครงการรถไฟความเร็วสูงลงเพียงเพื่อประหยัดงบประมาณก่อสร้าง
พร้อมกันนี้ ยังตั้งข้อสังเกตว่า การลดต้นทุนเป็นเรื่องที่ทำได้ แต่หากลดจนทำให้โครงการสูญเสียจุดเด่นและประสิทธิภาพ ก็อาจทำให้ประเทศไทยสูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจและการแข่งขันในระยะยาว พร้อมเรียกร้องให้ภาครัฐพิจารณาผลกระทบในอนาคตควบคู่กับการบริหารงบประมาณ ก่อนตัดสินใจปรับเปลี่ยนโครงการ
#NEWS1 รายงาน


