สะเทือนภูเก็ต! ป.ป.ช. ชี้มูล 6 ราย ปมรีด 6 ล้าน ช่วยผู้ต้องหาข้ามชาติ
คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติชี้มูลความผิดผู้ถูกกล่าวหารวม 6 ราย กรณีเรียกรับเงินจำนวน 6 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ต้องหาชาวอังกฤษที่ถูกควบคุมตัวในคดีใช้ข้อมูลการเดินทางของบุคคลอื่นเดินทางเข้าราชอาณาจักรไทยโดยผิดกฎหมาย ซึ่งถูกควบคุมตัวที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดภูเก็ต ก่อนจะถูกส่งตัวไปยังสถานกักกันผู้ต้องกักของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในกรุงเทพมหานคร
จากผลการไต่สวนของ ป.ป.ช. พบว่า ภายหลังการจับกุมผู้ต้องหาชาวอังกฤษ ได้มีการติดต่อผ่านบุคคลหลายทอด พร้อมแจ้งว่าสามารถช่วยดำเนินการให้ได้รับการปล่อยตัว โดยมีการเรียกรับเงินจำนวน 6 ล้านบาท ผู้เสียหายได้โอนเงินจำนวน 1 ล้านบาทเป็นงวดแรก และโอนเพิ่มเติมอีก 5 ล้านบาทตามที่ได้รับการแจ้ง แต่ท้ายที่สุดผู้ต้องหารายดังกล่าวไม่ได้รับการปล่อยตัวตามที่ตกลงกันไว้
ป.ป.ช. ตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่ามีการโอนเงินไปยังบุคคลที่เกี่ยวข้องหลายราย จนนำไปสู่การมีมติชี้มูลความผิดผู้ถูกกล่าวหา ได้แก่ นายวิทยา สมศรีษมสกุล, พ.ต.อ.ราเมศ แก้วสูงเนิน, นายอภิรักษ์ เที่ยงธรรม, นางสาวณัฐนรี บุญมา, นางสาวทิพย์สุดา อินสองใจ และนางบูรยา แก้วสูงเนิน โดยถูกชี้มูลความผิดในฐานความผิดที่แตกต่างกันตามบทบาทของแต่ละบุคคล อีกทั้งในส่วนของเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง ยังถูกชี้มูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรงด้วย
คณะกรรมการ ป.ป.ช. เห็นว่าการกระทำดังกล่าวมีมูลความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 143 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 ในบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง จึงมีมติส่งรายงานการไต่สวนพร้อมพยานหลักฐานไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาตามกฎหมาย และส่งเรื่องให้หน่วยงานต้นสังกัดดำเนินการทางวินัยกับผู้เกี่ยวข้องต่อไป
อย่างไรก็ตาม การชี้มูลของคณะกรรมการ ป.ป.ช. เป็นขั้นตอนหนึ่งของกระบวนการยุติธรรม ผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดยังคงมีสิทธิชี้แจงข้อเท็จจริง ต่อสู้คดี และได้รับการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด
#NEWS1 รายงาน


