# "ก็เรามันไม่นิ่ง" หนุ่มขนไอซ์จอดผิดที่ถูกล็อกล้อ ลุกลี้ลุกลน จนตร.ทนไม่ไหวต้องค้น พบทั้งไอซ์และปืน
เหตุการณ์ที่เริ่มต้นจากการทำผิดกฎจราจร กลับนำไปสู่การจับกุมคดียาเสพติดและอาวุธปืน เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สน.พลับพลาไชย 1 สังเกตเห็นชายคนหนึ่งมีท่าทีผิดปกติ หลังเดินทางมาชำระค่าปรับรถที่ถูกล็อกล้อ จึงประสานกำลังสายตรวจร่วมตรวจสอบ ก่อนพบทั้งยาไอซ์ อาวุธปืน และเครื่องกระสุนจำนวนหนึ่ง
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็นวันที่ 29 มิถุนายน 2569 หลังเจ้าหน้าที่จราจรออกตรวจพื้นที่บริเวณถนนเจริญกรุง และดำเนินการล็อกล้อรถกระบะคันหนึ่งที่จอดฝ่าฝืนกฎหมาย ก่อนออกใบสั่งตามขั้นตอน กระทั่งเจ้าของรถเดินทางมาชำระค่าปรับ แต่ระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่สังเกตเห็นว่าชายคนดังกล่าวมีอาการลุกลี้ลุกลนผิดสังเกต อีกทั้งเมื่อตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นยังพบว่าเคยมีประวัติเกี่ยวข้องกับคดียาเสพติดและอาวุธปืน จึงตัดสินใจประสานกำลังสายตรวจเข้าร่วมตรวจสอบเพิ่มเติม
หลังชำระค่าปรับเรียบร้อย เจ้าหน้าที่ได้ขอตรวจค้นโดยแสดงความบริสุทธิ์ใจ เปิดใช้งานกล้องบันทึกภาพ (Body Camera) ตลอดการปฏิบัติ และได้รับความยินยอมจากผู้ต้องหา ผลการตรวจค้นพบยาไอซ์ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าสะพาย น้ำหนักสุทธิประมาณ 0.17 กรัม
จากนั้นเจ้าหน้าที่ยังตรวจค้นภายในรถยนต์ต่อ และพบอาวุธปืนลูกซองยาวซุกอยู่ด้านหลังเบาะคนขับ พร้อมกระสุนปืนลูกซองเบอร์ 12 จำนวน 20 นัด กระสุนขนาด .22 จำนวน 6 นัด และกระสุนขนาด .38 อีก 1 นัด จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลางทั้งหมด
เบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ยาไอซ์และอาวุธปืนพร้อมเครื่องกระสุนทั้งหมดเป็นของตน โดยอ้างว่าซื้อยาไอซ์จากบุคคลไม่ทราบชื่อในราคาซองละ 100 บาท ส่วนอาวุธปืนซื้อจากเพื่อนในราคาประมาณ 18,000 บาท
ต่อมา ฝ่ายสืบสวนได้นำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านพักของผู้ต้องหาในพื้นที่อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี โดยเจ้าของบ้านให้ความยินยอมในการตรวจค้น แต่ไม่พบยาเสพติด อาวุธ หรือสิ่งผิดกฎหมายเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่จึงยุติการตรวจค้น ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สน.พลับพลาไชย 1 ดำเนินคดีตามกฎหมาย
คดีนี้สะท้อนให้เห็นว่า ความช่างสังเกตของเจ้าหน้าที่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ แม้จะเริ่มต้นจากการบังคับใช้กฎหมายจราจร ก็สามารถขยายผลไปสู่การจับกุมคดียาเสพติดและอาวุธปืนได้ในที่สุด
หมายเหตุ: ข่าวนี้เรียบเรียงจากข้อมูลที่เผยแพร่โดยเพจ ตำรวจไทย และข้อมูลจากการแถลงผลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยมีการปรับสำนวนและเรียบเรียงใหม่ทั้งหมด
#NEWS1 รายงาน


