ด่วน! น้ำมันโลกดิ่งต่อเนื่อง 10% จับตาราคาหน้าปั๊มไทยจะขยับเมื่อไหร่
ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกยังคงปรับตัวลดลงต่อเนื่อง หลังความวิตกเกี่ยวกับการขาดแคลนอุปทานจากตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลาย โดย สำนักข่าว Reuters รายงานว่า การเดินเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังดำเนินต่อไปได้ แม้ก่อนหน้านี้จะเกิดเหตุโจมตีเรือสินค้าใกล้ชายฝั่งโอมาน ส่งผลให้นักลงทุนคลายความกังวลและเทขายสัญญาน้ำมันอย่างต่อเนื่อง
ข้อมูลการซื้อขายล่าสุดระบุว่า น้ำมันดิบ Brent ปิดตลาดที่ 71.99 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง 4.34% ขณะที่ WTI ของสหรัฐ ปิดที่ 69.23 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง 3.74% โดยหากนับตลอดทั้งสัปดาห์ Brent ร่วงลง 10.86% และ WTI ลดลง 9.62% ถือเป็นการปรับตัวลงแรงที่สุดในรอบหลายสัปดาห์
ด้าน MarketWatch รายงานว่า ราคาน้ำมัน WTI ได้ปรับลดลงกลับมาต่ำกว่าระดับ 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อีกครั้ง สะท้อนว่าตลาดเริ่มให้น้ำหนักกับแนวโน้มอุปทานที่กลับเข้าสู่ภาวะปกติ มากกว่าความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ในช่วงที่ผ่านมา
ขณะที่นักวิเคราะห์หลายสำนักให้ความเห็นตรงกันว่า หากการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังเป็นไปอย่างราบรื่น และไม่มีเหตุการณ์ใหม่ที่กระทบต่อการผลิตหรือการส่งออก ราคาน้ำมันโลกอาจยังเผชิญแรงกดดันต่อเนื่องในระยะสั้น แม้สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิดก็ตาม
สำหรับประเทศไทย ประเด็นที่ผู้ใช้รถจำนวนมากกำลังจับตาคือ ราคาน้ำมันหน้าปั๊มจะเริ่มปรับลดเมื่อใด แม้ว่าราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกจะลดลงอย่างชัดเจนแล้วก็ตาม อย่างไรก็ตาม ราคาขายปลีกในประเทศไม่ได้อ้างอิงราคาน้ำมันดิบโลกเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับต้นทุนน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดภูมิภาค ค่าการกลั่น อัตราแลกเปลี่ยน ภาษี และเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง จึงทำให้การปรับราคาหน้าปั๊มมักมีระยะเวลาหน่วงจากการเคลื่อนไหวของตลาดโลก
ด้วยสถานการณ์ที่ราคาน้ำมันโลกปรับลดลงต่อเนื่องกว่า 10% ภายในสัปดาห์เดียว ผู้บริโภคและภาคธุรกิจจึงกำลังจับตาว่า ผู้ค้าน้ำมันในประเทศไทยจะเริ่มทยอยปรับลดราคาขายปลีกเมื่อใด และจะส่งผลต่อค่าครองชีพและต้นทุนการขนส่งในช่วงต่อจากนี้มากน้อยเพียงใด.
NEWS1 รายงาน


