มาเลเซียพลิกเกมพลังงาน! ลดราคาดีเซลอุดหนุนทั่วประเทศ เหลือราว 16 บาทต่อลิตร
รัฐบาลมาเลเซียประกาศมาตรการครั้งใหญ่ด้านพลังงาน โดยเตรียมปรับลดราคาน้ำมันดีเซลอุดหนุนเหลือ 2.10 ริงกิตต่อลิตร หรือประมาณ 16-17 บาทต่อลิตรทั่วประเทศ เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป ภายใต้ระบบใหม่ที่ใช้บัตรประชาชนอิเล็กทรอนิกส์ MyKad เป็นเครื่องมือยืนยันสิทธิ์ผู้ได้รับการอุดหนุนจากภาครัฐโดยตรง
ภายใต้นโยบายดังกล่าว พลเมืองมาเลเซียที่ผ่านการยืนยันตัวตนจะสามารถซื้อน้ำมันดีเซลในราคาพิเศษได้ทั่วประเทศ ขณะที่ชาวต่างชาติและผู้ไม่มีสิทธิ์จะต้องจ่ายในราคาตลาดปกติ ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 4.37 ริงกิตต่อลิตร หรือราว 34 บาทต่อลิตร
รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม ระบุว่า เป้าหมายสำคัญของมาตรการนี้คือการป้องกันการรั่วไหลของเงินอุดหนุนและแก้ปัญหาการลักลอบขนน้ำมันข้ามพรมแดนที่เกิดขึ้นมาเป็นเวลานาน จากส่วนต่างราคาน้ำมันที่สูงระหว่างประเทศ
แนวคิดสำคัญของมาเลเซียคือการเปลี่ยนจากการ "อุดหนุนสินค้า" ไปเป็นการ "อุดหนุนประชาชน" โดยรัฐจะช่วยเหลือเฉพาะพลเมืองของตนเองผ่านระบบฐานข้อมูลดิจิทัล ทำให้สามารถควบคุมงบประมาณและตรวจสอบสิทธิ์ได้อย่างแม่นยำมากขึ้น
มาตรการดังกล่าวได้รับความสนใจจากหลายประเทศในภูมิภาค เนื่องจากถือเป็นหนึ่งในความพยายามครั้งสำคัญในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาจัดการนโยบายพลังงานระดับชาติ
เมื่อหันกลับมามองประเทศไทย ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดคือราคาดีเซลไทยในปัจจุบันยังอยู่ในระดับประมาณ 37-38 บาทต่อลิตร และบางช่วงของเดือนมิถุนายนเคยขยับขึ้นไปแตะระดับกว่า 41 บาทต่อลิตร ขึ้นอยู่กับโครงสร้างราคาและสถานการณ์ตลาดโลก
แม้ไทยจะมีแหล่งปิโตรเลียมและก๊าซธรรมชาติของตนเองเช่นเดียวกับมาเลเซีย แต่ทั้งสองประเทศใช้แนวทางบริหารพลังงานแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ
มาเลเซียเลือกใช้งบประมาณจำนวนมากเพื่ออุดหนุนราคาพลังงานให้ประชาชนโดยตรง ขณะที่ไทยใช้ระบบราคาตลาดเป็นหลัก ร่วมกับกลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ภาษี และมาตรการช่วยเหลือเฉพาะช่วงเวลาที่เกิดวิกฤตราคา
คำถามสำคัญที่กำลังเกิดขึ้นในสังคมจึงไม่ใช่เพียงว่า "ทำไมมาเลเซียขายดีเซลได้ 16 บาท" แต่รวมถึงคำถามที่ว่า "ประเทศไทยควรใช้งบประมาณของรัฐเพื่ออุดหนุนราคาพลังงานในระดับเดียวกับมาเลเซียหรือไม่" และ "โครงสร้างราคาพลังงานของไทยในปัจจุบันตอบโจทย์ประชาชนมากน้อยเพียงใด"
ประเด็นดังกล่าวจึงอาจกลายเป็นอีกหนึ่งบททดสอบสำคัญของนโยบายพลังงานไทยในอนาคต ท่ามกลางต้นทุนค่าครองชีพที่ยังคงเป็นภาระของประชาชนจำนวนมาก
NEWS1 รายงาน


