xs
xsm
sm
md
lg

สิ้นสุดการรอคอย! ผู้ว่า สตง. มาแล้ว ปมตึกถล่ม ลั่นฟ้องแล้ว 23 ราย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



สิ้นสุดการรอคอย!
ผู้ว่า สตง. มาแล้ว
ปมตึกถล่ม ลั่นฟ้องแล้ว 23 ราย


หลังถูกสังคมตั้งคำถามมาอย่างต่อเนื่องนานหลายเดือน กรณีอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ พังถล่มจากเหตุแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ล่าสุด ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ได้ออกมาชี้แจงความคืบหน้าคดีต่อสาธารณะอย่างเป็นทางการ พร้อมเปิดเผยว่า มีการดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องแล้วรวม 23 ราย และขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาของศาล

นายมณเฑียร เจริญผล ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ชี้แจงต่อที่ประชุมวุฒิสภา ว่า คดีดังกล่าวไม่ได้หยุดนิ่งอย่างที่หลายฝ่ายกังวล โดยภายหลังเกิดเหตุ รัฐบาลได้แต่งตั้งคณะกรรมการอิสระเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด ทั้งด้านการออกแบบ การก่อสร้าง และการควบคุมงาน

ผลการตรวจสอบพบข้อบกพร่องสำคัญ 2 ประเด็น คือ การออกแบบที่ไม่เป็นไปตามหลักวิศวกรรมและข้อกำหนดทางกฎหมาย รวมถึงการก่อสร้างที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานวิชาชีพ ส่งผลให้มีการดำเนินคดีต่อบริษัทที่เกี่ยวข้องทั้งผู้ออกแบบ ผู้รับเหมาก่อสร้าง และผู้ควบคุมงาน

ผู้ว่าการ สตง. ระบุว่า มีการฟ้องร้องผู้เกี่ยวข้องรวม 23 ราย ในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 227 และมาตรา 238 ซึ่งเกี่ยวข้องกับความประมาทของผู้ประกอบวิชาชีพจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต รวมถึงข้อหาปลอมแปลงเอกสาร โดยคดีได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว และอยู่ระหว่างศาลนัดไต่สวนพยานหลักฐาน

สำหรับโครงการก่อสร้างอาคาร สตง. แห่งใหม่ มีวงเงินงบประมาณประมาณ 2,500 ล้านบาท โดยมีการเบิกจ่ายไปแล้วกว่า 900 ล้านบาทก่อนเกิดเหตุถล่ม ขณะที่ผู้รับจ้างก่อสร้างเป็นกิจการร่วมค้าระหว่างบริษัทไทยและบริษัทต่างชาติ ซึ่งได้รับงานผ่านกระบวนการประกวดราคาและเสนอวงเงินต่ำกว่างบประมาณที่ตั้งไว้หลายร้อยล้านบาท

การออกมาชี้แจงครั้งนี้มีขึ้นท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของสังคมที่เรียกร้องให้ สตง. แสดงบทบาทเชิงรุกมากกว่านี้ หลังหลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดหน่วยงานที่มีหน้าที่ตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณของรัฐ กลับกลายเป็นผู้ประสบปัญหาจากโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ของตัวเอง

นอกจากนี้ ผู้ว่าการ สตง. ยังประกาศแนวทางปรับปรุงการทำงานขององค์กร โดยเตรียมนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณของภาครัฐแบบเชื่อมโยงข้อมูลทั้งระบบ ตั้งแต่สำนักงานงบประมาณ กระทรวงการคลัง กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การตรวจสอบมีประสิทธิภาพมากขึ้น

พร้อมยืนยันว่า สตง. จะเปลี่ยนบทบาทจากการตรวจสอบรายละเอียดเอกสารเพียงอย่างเดียว ไปสู่การตรวจสอบผลสัมฤทธิ์และความคุ้มค่าของการใช้จ่ายงบประมาณ ว่าเงินภาษีของประชาชนถูกใช้ไปแล้วเกิดผลลัพธ์จริงหรือไม่

แม้วันนี้จะมีคำตอบเรื่องความคืบหน้าคดี และมีผู้ถูกฟ้องร้องแล้วถึง 23 ราย แต่สำหรับสังคมไทย คำถามสำคัญยังคงอยู่ที่ว่า กระบวนการยุติธรรมจะสามารถนำตัวผู้ที่ต้องรับผิดชอบมารับโทษได้ครบทุกฝ่ายหรือไม่ และบทเรียนจากโศกนาฏกรรมครั้งนี้จะนำไปสู่การยกระดับมาตรฐานการก่อสร้างโครงการภาครัฐในอนาคตได้จริงเพียงใด

NEWS1 รายงาน