xs
xsm
sm
md
lg

จับตารอบใหม่! โผล่คลิปยานเกราะเขมรกว่า 5 คัน หลังพบรถถังซ่อนตัวก่อนหน้า

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



จับตารอบใหม่! โผล่คลิปยานเกราะเขมรกว่า 5 คัน หลังพบรถถังซ่อนตัวก่อนหน้า

สถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชายังคงถูกจับตาอย่างใกล้ชิด ล่าสุดเพจ “ข่าวกันจอมพลัง” เผยแพร่คลิปวิดีโอพร้อมข้อมูลอ้างว่า พบยานเกราะของกองทัพกัมพูชามากกว่า 5 คัน เคลื่อนกำลังอยู่ในพื้นที่ใกล้กับจุดที่ก่อนหน้านี้มีรายงานตรวจพบรถถังและยุทโธปกรณ์ทางทหารซ่อนตัวอยู่ ทำให้เกิดกระแสจับตาถึงความเคลื่อนไหวทางทหารรอบใหม่บริเวณแนวชายแดน

คลิปดังกล่าวถูกแชร์ต่ออย่างรวดเร็วในสื่อสังคมออนไลน์ โดยผู้เผยแพร่ระบุว่า ยานเกราะที่ปรากฏมีลักษณะใกล้เคียงกับรถสายพานลำเลียงพลแบบ Type 63 ซึ่งเป็นยุทโธปกรณ์ที่กองทัพกัมพูชาเคยใช้งานอยู่ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานความมั่นคงของไทยถึงชนิด จำนวน และตำแหน่งที่แน่ชัดของยานเกราะที่ปรากฏในคลิปดังกล่าว

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวเกี่ยวกับการตรวจพบรถถังและยุทโธปกรณ์ทางทหารของฝ่ายกัมพูชาในพื้นที่ใกล้แนวชายแดน จนกลายเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจ โดยเฉพาะในช่วงที่ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศยังอยู่ในช่วงอ่อนไหวจากข้อพิพาทและประเด็นด้านความมั่นคงหลายเรื่อง

แม้จะยังไม่มีการยืนยันว่าการเคลื่อนกำลังดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการเสริมกำลังทางทหารหรือการปฏิบัติภารกิจตามปกติ แต่ภาพและคลิปที่ปรากฏก็ทำให้เกิดการตั้งคำถามจากประชาชนจำนวนไม่น้อยว่า เป็นความเคลื่อนไหวที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์บริเวณชายแดนในปัจจุบันหรือไม่

ก่อนหน้านี้ กองทัพภาคที่ 2 เคยออกมาชี้แจงกรณีมีกระแสข่าวเกี่ยวกับการเคลื่อนย้ายยุทโธปกรณ์ของกัมพูชาตามแนวชายแดน โดยระบุว่า เจ้าหน้าที่มีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และขอให้ประชาชนรับฟังข้อมูลจากหน่วยงานราชการเป็นหลัก เพื่อป้องกันความสับสนหรือความตื่นตระหนกจากข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน

นักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงมองว่า การเคลื่อนย้ายกำลังพลหรือยุทโธปกรณ์ในพื้นที่ชายแดนสามารถเกิดขึ้นได้ตามภารกิจทางทหารปกติ แต่เมื่อเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่มีความอ่อนไหว ย่อมเป็นเรื่องที่สาธารณชนให้ความสนใจเป็นพิเศษ และจำเป็นต้องอาศัยข้อมูลจากหลายฝ่ายประกอบการพิจารณา

ขณะนี้หน่วยงานด้านความมั่นคงของไทยยังคงติดตามสถานการณ์ตามแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง ขณะที่คลิปที่ถูกเผยแพร่ในโลกออนไลน์ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม เพื่อยืนยันรายละเอียดเกี่ยวกับยุทโธปกรณ์ที่ปรากฏ รวมถึงช่วงเวลาและพื้นที่ที่มีการบันทึกภาพดังกล่าว

News1 รายงาน