บึ้มรถสายตรวจสะเทือนโรงพัก! ผบก.นราธิวาส สั่งย้าย 3 นายตำรวจ เปิดทางสอบข้อเท็จจริง
เหตุลอบวางระเบิดใต้ท้องรถสายตรวจของ สภ.บูเก๊ะตา อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 19 มิถุนายนที่ผ่านมา ยังคงส่งแรงสะเทือนต่อเนื่อง ล่าสุด พล.ต.ต.ประยงค์ โคตรสาขา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส ลงนามในคำสั่งตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส ที่ 514/2569 ให้ข้าราชการตำรวจระดับผู้บังคับบัญชาของ สภ.บูเก๊ะตา จำนวน 3 นาย ไปช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส (ศปก.ภ.จว.นราธิวาส)
ตามคำสั่งดังกล่าว ระบุให้ พ.ต.อ.ทวีศักดิ์ สวัสดิ์รักษา ผู้กำกับการ สภ.บูเก๊ะตา, พ.ต.ท.สุพล สุขบูรณ์ รองผู้กำกับการป้องกันและปราบปราม สภ.บูเก๊ะตา และ พ.ต.ท.ซีระ อับดุลเลาะ สารวัตรป้องกันและปราบปราม สภ.บูเก๊ะตา ไปช่วยราชการที่ ศปก.ภ.จว.นราธิวาส โดยให้ขาดจากการบังคับบัญชาทางตำแหน่งเดิม ตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน 2569 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 หรือจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง
ในคำสั่งระบุว่า การโยกย้ายดังกล่าวเป็นไปเพื่อให้การขับเคลื่อนงานตามนโยบายของผู้บังคับบัญชาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเพื่อให้การบริหารราชการของตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาสเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เกิดประโยชน์ต่อทางราชการสูงสุด โดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 และระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่เกี่ยวข้อง
ก่อนหน้านี้ กรมประชาสัมพันธ์ รายงานว่า เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากประชาชนว่าพบวัตถุต้องสงสัยติดอยู่ใต้ท้องรถสายตรวจของ สภ.บูเก๊ะตา ซึ่งจอดอยู่บริเวณหน้ามัสยิดบูเก๊ะตา อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิดเข้าตรวจสอบ
อย่างไรก็ตาม ระหว่างการเข้าตรวจสอบ วัตถุดังกล่าวได้เกิดระเบิดขึ้น ส่งผลให้รถสายตรวจได้รับความเสียหายอย่างหนัก แต่ไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือประชาชนได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
แม้ในคำสั่งจะไม่ได้ระบุโดยตรงว่าการย้ายผู้บังคับบัญชาทั้ง 3 นาย เกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดดังกล่าว แต่การที่คำสั่งมีผลบังคับใช้เพียง 1 วันหลังเกิดเหตุ ทำให้หลายฝ่ายจับตาว่าเป็นมาตรการเปิดทางให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง และทบทวนมาตรการรักษาความปลอดภัยภายในหน่วยงานอย่างรอบด้าน
แหล่งข่าวด้านความมั่นคงในพื้นที่มองว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณเตือนสำคัญ เนื่องจากคนร้ายสามารถนำวัตถุระเบิดไปติดตั้งกับรถของทางราชการได้โดยไม่ถูกตรวจพบตั้งแต่แรก สะท้อนถึงความจำเป็นในการยกระดับมาตรการเฝ้าระวังและรักษาความปลอดภัยในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ยังคงเผชิญสถานการณ์ความไม่สงบเป็นระยะ
ขณะนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด และขยายผลติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ขณะที่คำสั่งย้ายผู้บังคับบัญชาทั้ง 3 นาย ถูกมองว่าเป็นอีกหนึ่งมาตรการสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นต่อกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงของตำรวจในพื้นที่
อ้างอิง : คำสั่งตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส ที่ 514/2569 และรายงานข่าวกรมประชาสัมพันธ์
News1 รายงาน


