อดีตทหารพรานเดือด! อยากเห็นคนแนะให้หนี เจอเหตุการณ์เดียวกันบ้าง
ท่ามกลางกระแสถกเถียงอย่างหนักในโลกออนไลน์ กรณีเหตุปะทะระหว่างตำรวจตระเวนชายแดน หรือ ตชด. กับกลุ่มวินจักรยานยนต์รับจ้างย่านห้วยขวาง ล่าสุด “บุญชม จันทร์สุข” อดีตทหารพราน ได้โพสต์คลิปวิดีโอแสดงความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว พร้อมวิจารณ์ผู้ที่ออกมาแสดงความเห็นว่า ตชด.ควรเลือกวิ่งหนีมากกว่าต่อสู้ในสถานการณ์ดังกล่าว
ในคลิป อดีตทหารพรานรายนี้ระบุว่า ตนไม่เห็นด้วยกับแนวคิดที่มองว่าผู้ถูกทำร้ายควรวิ่งหนีเพียงอย่างเดียว พร้อมยกเหตุการณ์ที่ปรากฏตามข่าวว่าเป็นลักษณะการถูกรุมทำร้ายจากหลายคน ไม่ใช่การต่อสู้แบบตัวต่อตัว
“ตอนที่โดนกระทืบอะ หรือว่าตอนที่วินกระทืบ ตชด. อะ สมควรให้ ตชด. หนีมากกว่า”
พร้อมตั้งคำถามถึงผู้ที่ออกมาแนะนำว่า การวิ่งหนีเป็นทางออกที่ดีที่สุดว่า
“ผมอยากให้ไอ้ทนายคนนั้นน่ะโดนวินพวกนี้กระทืบบ้าง ผมอยากจะรู้ว่าไอ้ทนายคนนั้นน่ะมันจะวิ่งหรือมันจะสู้”
อดีตทหารพรานยังกล่าวว่า หากเป็นการต่อสู้แบบตัวต่อตัวก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่เหตุการณ์ที่ถูกกล่าวถึงนั้นเป็นการรุมหลายต่อหนึ่ง
“ถ้ากระทืบคนเดียวน่ะก็เรียกว่าต่อสู้ตัวต่อตัว แต่อันนี้สามสี่รุมหนึ่ง เขาเรียกว่าหมาหมู่ รุมหนึ่ง หรือเขาเรียกว่ารุมสกรัม”
เจ้าตัวยังระบุว่า การถูกรุมทำร้ายในพื้นที่ของคู่กรณีเอง ยิ่งทำให้การหลบหนีไม่ใช่เรื่องง่าย พร้อมตั้งคำถามกลับไปยังผู้ที่มองว่าควรวิ่งหนีว่า
“คุณวิ่ง เพื่อนไล่ตามกระทืบซ้ำ ผมถามหน่อยดิวะ คุณจะมีแรงวิ่งสักเท่าไหร่”
นอกจากนี้ อดีตทหารพรานยังกล่าวถึงประเด็นเรื่องศักดิ์ศรีของผู้ถูกกระทำ โดยระบุว่า
“ศักดิ์ศรีความเป็นลูกผู้ชายอยู่ตรงไหน หรือว่าให้เพื่อนไล่ตะกวดตลอดไป แล้วเอาศักดิ์ศรีไปไว้ที่ไหน คนเราทุกคนมีศักดิ์ศรี”
พร้อมแสดงความคิดเห็นว่า วินจักรยานยนต์รับจ้างเป็นผู้ให้บริการสาธารณะ ไม่ควรใช้กำลังหรือข่มเหงผู้มาใช้บริการเพียงเพราะเกิดความไม่พอใจกันระหว่างการพูดคุย
ช่วงท้ายของคลิป เจ้าตัวยังกล่าวถึง ตชด. คู่กรณีว่าเป็นกำลังพลที่ทำหน้าที่ปกป้องประเทศ และเดินทางเข้ากรุงเทพมหานครเพื่อพักผ่อนในวันหยุด แต่กลับต้องเผชิญกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด
“น้องเขาเป็นรั้วของชาติ เขามาเที่ยว กทม. เพื่อหาความสุข พักผ่อน หาความบันเทิง แต่กลับมาเจอเหตุการณ์ร้าย ๆ แบบนี้ ถ้าเป็นคุณ คุณจะทำอย่างไร”
คลิปดังกล่าวได้รับความสนใจจากผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียจำนวนมาก โดยมีทั้งผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับมุมมองของอดีตทหารพรานรายนี้ ขณะที่คดีดังกล่าวยังอยู่ระหว่างกระบวนการยุติธรรม และต้องรอข้อเท็จจริงรวมถึงคำวินิจฉัยจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
ขอบคุณข้อมูลจากเฟซบุ๊ก “บุญชม จันทร์สุข”
News1 รายงาน


