ระดับอธิบดียังไม่รอด ใหญ่แค่ไหนกรรมก็ตามทัน ศาลอุทธรณ์ยืนจำตลอดชีวิต สาธิต รังคสิริ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยความคืบหน้าคดีทุจริตการขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) อันเป็นเท็จ ซึ่งสร้างความเสียหายแก่รัฐกว่า 3,000 ล้านบาท โดยคดีดังกล่าวเป็นคดีที่อัยการสูงสุดยื่นฟ้อง นายสาธิต รังคสิริ อดีตอธิบดีกรมสรรพากร และพวกรวม 4 คน ในความผิดเกี่ยวกับการใช้อำนาจหน้าที่โดยทุจริตและการเบียดบังทรัพย์สินของทางราชการ
คดีนี้ ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2568 โดยแก้ไขคำพิพากษาศาลชั้นต้นในบางส่วน แต่ยังคงพิพากษาให้จำคุกตลอดชีวิต นายสาธิต รังคสิริ อดีตอธิบดีกรมสรรพากร และนายศุภกิจ ริยะการ อดีตสรรพากรพื้นที่กรุงเทพมหานคร 22 ในความผิดเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและการทุจริตต่อทรัพย์สินของรัฐ
ส่วน นายประสิทธิ์ อัญญโชติ และนายกิติศักดิ์ อัญญโชติ ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่ามีความผิดฐานฉ้อโกง ใช้ใบกำกับภาษีปลอม และสนับสนุนเจ้าพนักงานกระทำความผิด โดยลงโทษจำคุกคนละ 6 ปี 8 เดือน
นอกจากนี้ ศาลยังมีคำสั่งให้จำเลยทั้ง 4 คน ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่กรมสรรพากร กระทรวงการคลัง เป็นเงินจำนวน 3,097,016,533.99 บาท พร้อมริบทองคำแท่งของกลางที่เกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว
ล่าสุด คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติเห็นชอบตามความเห็นของอัยการสูงสุดที่จะไม่ยื่นฎีกา ส่งผลให้คดีทุจริตคืนภาษีมูลค่าเพิ่มมูลค่ากว่า 3,000 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นหนึ่งในคดีทุจริตครั้งใหญ่ของประเทศ สิ้นสุดลงตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์
คดีนี้ถูกจับตามองอย่างกว้างขวาง เนื่องจากเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกรมสรรพากร และสร้างความเสียหายต่อรัฐเป็นมูลค่ามหาศาล สะท้อนให้เห็นว่าการทุจริตในภาครัฐไม่ว่าจะอยู่ในระดับใด ยังคงต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและรับผิดตามกฎหมายเมื่อมีพยานหลักฐานเพียงพอ
News1 รายงาน


