xs
xsm
sm
md
lg

สนธิญา ลั่นยื่น ป.ป.ช. ฟ้องไอซ์อ้างทำเกินหน้าที่ ปมท้วง AI ลูกเทพ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



สนธิญา ลั่นยื่น ป.ป.ช. ฟ้องไอซ์อ้างทำเกินหน้าที่ ปมท้วง AI ลูกเทพ

นายสนธิญา สวัสดี นักเคลื่อนไหวทางการเมือง เดินหน้ายื่นหนังสือต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร พร้อมประกาศเตรียมนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อตรวจสอบการทำหน้าที่ของ น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.พรรคประชาชน กรณีออกมาตรวจสอบและคัดค้านโครงการ TH-AI Passport ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

นายสนธิญา ตั้งข้อสังเกตว่า การดำเนินการของ น.ส.รักชนก ในฐานะประธานกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณ อาจเป็นการก้าวล่วงขอบเขตอำนาจหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ เนื่องจากการบริหารโครงการและการดำเนินงานของหน่วยงานราชการเป็นอำนาจของฝ่ายบริหารและข้าราชการประจำ

นักเคลื่อนไหวรายดังกล่าวตั้งคำถามว่า การออกมาเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐยุติหรือทบทวนโครงการดังกล่าวนั้น ได้ผ่านมติหรือความเห็นชอบของคณะกรรมาธิการแล้วหรือไม่ พร้อมมองว่า สส.ไม่มีอำนาจตามกฎหมายในการสั่งการให้หน่วยงานของรัฐยกเลิก ระงับ หรือพับโครงการที่อยู่ในขั้นตอนการดำเนินงาน

นายสนธิญา ยังหยิบยกกรณีที่มีการระบุว่า หากโครงการดังกล่าวเดินหน้าต่ออาจมีการร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. ขึ้นมาเป็นอีกประเด็นที่ต้องตรวจสอบ โดยมองว่าพฤติการณ์ดังกล่าวอาจเข้าข่ายสร้างแรงกดดันต่อหน่วยงานของรัฐที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่หรือไม่

นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตว่า โครงการ TH-AI Passport เป็นโครงการที่มีการดำเนินการต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงปี 2567-2569 ผ่านกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างและขั้นตอนทางราชการมาแล้วหลายส่วน หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับความโปร่งใสหรือความเหมาะสม ก็ควรมีการตรวจสอบตั้งแต่ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการลงนามสัญญา

นายสนธิญา อ้างบทบัญญัติรัฐธรรมนูญมาตรา 184 และมาตรา 185 ที่เกี่ยวข้องกับข้อห้ามการใช้อำนาจหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พร้อมระบุว่า หากมีการใช้อำนาจหรือสถานะทางการเมืองไปก้าวก่ายการทำงานของหน่วยงานรัฐ อาจเข้าข่ายประเด็นด้านจริยธรรมร้ายแรงได้

ทั้งนี้ เจ้าตัวยืนยันว่า จะส่งเรื่องดังกล่าวให้ทั้งประธานสภาผู้แทนราษฎรและ ป.ป.ช. พิจารณา เพื่อให้เกิดความชัดเจนและเป็นบรรทัดฐานเกี่ยวกับขอบเขตการทำงานของ สส. และคณะกรรมาธิการในอนาคต

นายสนธิญา ระบุด้วยว่า การดำเนินการครั้งนี้ไม่ได้มีจุดมุ่งหมายเพื่อปกป้องฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ต้องการให้มีการวินิจฉัยว่าการกระทำดังกล่าวอยู่ภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญและกฎหมายหรือไม่ เพื่อไม่ให้เกิดข้อถกเถียงเกี่ยวกับการใช้อำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติในอนาคต

NEWS1 รายงาน